บริโภคนิยมช่วยปลดแอกกรรมาชีพได้

การกดขี่แรงงานภายใต้เงื่อนไขการผลิตและการลดความสำคัญของการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการ เป็นเพื่อเป้าหมายในการผลิตเพื่อการสะสมทุนในระบบทุนนิยม การบริโภคของมวลชนจึงเป็นเรื่องรอง และการผลิตเพื่อสะสมทุนเป็นเรื่องหลัก

โดย ยังดี โดมพระจันทร์

พวกลัทธิเหมา และอดีตฝ่ายซ้ายที่แปรตัวมาเป็น NGO หลายคนเชื่อว่า มวลชนที่จะเข้าร่วมการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างถึงที่สุดได้ต้องเป็นคนที่จนที่สุด ความคิดนี้ทำให้พวกเขามุ่งหน้าทำงานกับคนจนที่สุด ลงไปฝังตัวในชนบทที่กันดาร โดยไม่คำนึงว่าคนจนเหล่านี้จะมีแรงลุกขึ้นมาสู้หรือไม่??? หรือคนจนเหล่านี้อ่อนแอเกินกว่าจะฝันถึงสังคมใหม่ซะแล้ว

ความพยายามกลมกลืนในหมู่คนจนด้วยการแต่งกาย การใช้ชีวิตและรสนิยมแบบเรียบง่ายกลายเป็นความภาคภูมิใจที่หนุ่มสาวในยุคสมัยหนึ่งยอมรับกัน เพื่อสะท้อนความเป็นขบถ และความต้องการการเปลี่ยนแปลง การลดการบริโภคและโจมตีการบริโภคกลายเป็นมรดกทางความคิดชนิดหนึ่ง เพราะถือว่าการบริโภคยืนอยู่ตรงข้ามกับความจน ความอด ความหิว  การบริโภคเป็นศัตรูตัวร้าย

• ศาสนามอมเมาเราว่า “ภาวะชีวิตใหม่” ที่น่าปรารถนาเป็นเรื่องผิด

ขณะที่นักบวชอย่างพระไพศาล วิสาโล อดีตนักกิจกรรมคนเดือนตุลา นำแนวคิดทางศาสนามาผสมโรงว่า

“….วัตถุนิยม หมายถึงการกินอาหารเพราะติดในรสอร่อย ต้องการเครื่องปรับอากาศ เพราะมันให้ความเย็น หรือต้องการรถเบนซ์ เพราะไปไหนมาไหนสบาย ไม่เหนื่อย นี่เป็นความสุขอันเนื่องจากประสาททั้งห้า แต่บริโภคนิยมลึกกว่านั้น ความสุขจากการกินโค้กหรือสตาร์บั๊คส์ มิได้อยู่ที่รสอร่อยหรือกลิ่นหอมเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะมันให้ความรู้สึกว่าฉันเป็นคนทันสมัย มีรสนิยม มันสนองสิ่งที่ลึกซึ้ง คือสนองความต้องการมี “ภาวะชีวิตใหม่” ที่น่าปรารถนา ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า “ภวตัณหา”  คือ ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณได้เป็นอะไรบางอย่างที่พึงปรารถนา คุณรู้สึกว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีคุณค่า อันนี้เป็นการตอบสนองทางจิตใจซึ่งเป็นอายตนะที่หก เห็นได้ว่าบริโภคนิยมไม่ใช่เรื่องของวัตถุล้วน ๆ แต่มีมิติทางจิตใจซึ่งทำให้มัน มีแรงดึงดูดต่อผู้คนมาก……”

แปลให้ง่ายๆว่า การมีความสุข สะดวกสบาย มีความภาคภูมิใจ ต้องการมี “ภาวะชีวิตใหม่” ที่น่าปรารถนาเป็นเรื่องผิด มนุษย์ต้องจัดการกับความคิดตนเองให้ ลด ละ เลิกการบริโภค และการมีความสุขทั้งปวง

• การต้านลัทธิบริโภคนิยมหลอกลวงคนจนให้จนซ้ำซาก

เมื่อเอาสองแนวคิดนี้มารวมกัน ทั้งทางโลกทางธรรม ยำใหญ่ออกมาเป็นสูตรต่อต้านลัทธิบริโภคนิยม และแนวประชานิยมที่พรรคเพื่อไทยผู้เสนอนโยบายซึ่งมวลชนกว่าค่อนประเทศตอบรับ นายวิทยากร เชียงกูล ผู้เคยจุดประกายแห่งยุคฉันจึงมาหาความหมาย ให้นิยามลัทธิบริโภคนิยมว่า

“…การนิยมบริโภคฟุ่มเฟือยเกินความต้องการที่จำเป็นในชีวิตและเกินกว่าฐานะรายได้หรือความสามารถในการผลิตของคนหรือของประเทศ เป็นลัทธิที่แพร่หลายในประเทศไทยมาก ไม่ใช่เฉพาะนิสิต นักศึกษา เยาวชนวัยรุ่นหนุ่มสาวเท่านั้นที่นิยมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย คนทั่วไปต่างก็นิยมใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกันเป็นส่วนใหญ่ การค้าอย่างเสรี กระตุ้นการค้าขาย กระตุ้นการใช้จ่ายมาก ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาหวังประโยชน์ในการหาเสียงและเพื่อธุรกิจของตน

รัฐบาลทักษิณยิ่งส่งเสริมทุนนิยมบริโภคแบบสุดโต่งทั้งกระตุ้นการใช้จ่าย การปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการหาเสียงและเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนมีเงินกลับมาซื้อสินค้าและบริการของพวกตน ลัทธิบริโภคนิยมจึงงอกงามในไทยมากกว่าหลายประเทศ  นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจควรใช้แนวคิดแบบเศรษฐศาสตร์ชาวพุทธที่เน้นการกินอยู่แบบพอดี ประหยัดเรียบง่าย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับระบบสหกรณ์

การอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เกษตรทางเลือก สาธารณสุขทางเลือก พลังงานทางเลือก ที่เน้นการใช้ทรัพยากรในประเทศและเน้นสุขภาพความปลอดภัย และการให้ประโยชน์ส่วนรวมในระยะยาว….”

การเน้นว่าเกินกว่าฐานะรายได้ คือการจงใจจะบอกกับคนจน คนทำงาน คนธรรมดาที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว แทนที่จะไปพูดกับเจ้าของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ชนชั้นสูงและพวกเศรษฐี เปิดโอกาสให้พวกฐานะดี มีรายได้สูงเหล่านี้ใช้จ่ายอย่างไม่ต้องพอเพียงต่อไปอย่างสบายใจ นักวิชาการเหล่านี้ก็ล้วนใช้ชีวิตสุขสบายไม่ได้ต่างอะไรกับผู้มีอันจะกินอื่นๆ แต่คอยสั่งสอนประชาชนที่ถูกดกดขี่ด้วยทฤษฎีลวงโลกต่างๆนานา

• การบริโภคสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้แรงงาน

ที่เพ้อเจ้อมากไปกว่านั้นคือการประนามนโยบายบริโภคนิยม หรือลัทธิบริโภคนิยมว่าเป็นตัวการสร้างหนี้ภาคครัวเรือน ตัวอย่างเช่น รถคันแรก ทำให้การจราจรติดขัด  กองทุนหมู่บ้านมอมเมาชาวบ้านกู้ไปล้างหนี้นอกระบบและใช้จ่ายบริโภคมากเกินไป  พอถึงเวลาคืนไม่ทันก็กู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยแพงมาคืน หนี้สินก็เลยพอกพูน  ธนาคารประชาชนก็เหมือนกันชาวบ้านก็กู้ไปใช้จ่ายบริโภค หวยบนดินก็มอมเมาขายฝัน กระตุ้นกิเลสประชาชนให้มัวเมาในอบายมุข ฯลฯ

ทุกเรื่องที่กล่าวมาเป็นเรื่องกล่าวหาลอยๆ รถคันแรกกระจายทั่วประเทศ ขณะที่รถเศรษฐีวิ่งในเมือง บางครอบครัวอยู่กันสามคนมีรถ 5-6 คัน ธนาคารเพื่อการเกษตรประกาศอัตราหนี้สูญไม่ถึงร้อยละสาม น้อยกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป พร้อมตอกย้ำความมีวินัยของผู้มีรายได้น้อยว่าวงเงินกู้ต่ำกว่าแสนบาทเหล่านี้มีการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นอย่างสม่ำเสมอ

หวยบนดินช่วยแก้ปัญหาการขายเกินราคา และล้างเจ้ามือหวยเถื่อนต่างๆ  การโทษนโยบายบริโภคนิยม ว่าเป็นส่วนสำคัญของประชานิยมแทนที่จะกล่าวถึงความโหดร้ายของระบบทุนนิยมทั้งระบบซึ่งสร้างความเหลื่อมล้ำและความยากจนให้ดำรงอยู่ ล้วนเป็นเรื่องบิดเบือน

จริงอยู่ที่นายทุนต้องการให้มีการบริโภคมากๆ สั่งสมกำไรมากๆ ขณะที่มวลชนคนส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงานทำการผลิต ที่แลกมาจากสมองและสองมือ ค่าแรงน้อยนิดของพวกเขาถูกขูดรีดไป  ในเวลาเดียวกันเขาก็มีฐานะเป็นผู้บริโภคด้วย เขาจะต้องอดออมพอเพียงไปเพื่อใครอีกเล่า เพื่อนายทุน เศรษฐี คนมีสตางค์ที่อาศัยในบ้านโอ่อ่า กินอาหารรสเลิศ หรูหราในเสื้อผ้าราคาแพงระยับเช่นนั้นหรือ??

• ศัตรูที่แท้จริงของเราหมายถึงระบบทุนนิยมทั้งระบบ
           
เราไม่ได้ต่อสู้กับลัทธิบริโภคนิยม ที่เฝ้าสั่งสอนให้คนจน คนธรรมดา ผู้ใช้แรงงานที่เป็นมวลชนคนส่วนใหญ่ของสังคมต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ศัตรูที่แท้จริงของเราหมายถึงระบบทุนนิยมทั้งระบบ เรากำลังต่อสู้กับระบบอำมาตยาธิปไตยที่สูบกินทรัพยากรอย่างไม่พอเพียงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ใช่นายทุนคนใดคนหนึ่ง

ถ้าจะเข้าใจทุนนิยม หรือกระบวนการทางสังคมอื่นๆ เราต้องพิจารณาจากภาพรวมในรายละเอียด และเข้าใจคู่ความขัดแย้งในสังคม คาร์ล มาร์คซ์ นักปฏิวัติสังคมนิยม เสนอว่า

“นายทุนคือร่างมนุษย์ของทุน ดังนั้นการแข่งขันเพื่อแสวงหากำไรสูงสุดคือสิ่งที่ขับเคลื่อนนายทุนมากกว่าความโลภส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันนายทุนคือคน ซึ่งมีความโลภหรือความโหดร้ายได้ และความรู้สึกดังกล่าวมาจากความจำเป็นที่จะต้องแข่งขัน” 

สำหรับมาร์คซ์ ชนชั้นกรรมาชีพไม่ใช่แค่เหยื่อ เขาเชื่อมั่นว่ามวลชนเหล่านี้รวมตัวกันปลดแอกสังคมได้ กรรมกรหญิงที่สามารถหาเลี้ยงตัวเองกระทั่งครอบครัว และซื้อหาบริโภคได้มีความมั่นใจในตนเองสูงกว่าสาวชาวไร่หลายเท่า เช่นเดียวกับกรรมกรที่รวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานสามารถต่อรองเรียกร้องค่าแรงงานที่ยุติธรรมจากนายจ้างได้  ในท่ามกลางการต่อสู้เหล่านี้ การต่อสู้ในชีวิตประจำวัน และการสะสมชัยชนะเล็กๆน้อยๆ จะสร้างความมั่นใจอันเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาเชื่อมั่นในพลังของตนเอง เช่นเดียวกับการต่อสู้ของคนเสื้อแดงที่รวมตัวกัน

• การบริโภคที่มวลชนกำหนดได้เองคือเป้าหมายของเรา

วันนี้เรามาบริโภคกันเถอะเพื่อความมั่นใจในตนเอง เงินรายได้จากน้ำพักน้ำแรงของตนเองควรค่าแก่การใช้จ่ายเพื่อความสุขสบาย และความภูมิใจในตนเอง  แม้การบริโภคในระบบทุนนิยมจะไม่ได้ตอบสนองความต้องการของมวลชนอย่างแท้จริง มวลชนไม่มีส่วนในการกำหนด วางแผนว่าจะผลิตอะไรอย่างไร นักปฏิวัติผู้นำ Socialist Worker ในอังกฤษ โทนี่ คลิฟ เจ้าของทฤษฎีทุนนิยมโดยรัฐ ชี้ว่า

“…..การกดขี่แรงงานภายใต้เงื่อนไขการผลิตและการลดความสำคัญของการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการ เป็นเพื่อเป้าหมายในการผลิตเพื่อการสะสมทุนในระบบทุนนิยม การบริโภคของมวลชนจึงเป็นเรื่องรอง และการผลิตเพื่อสะสมทุนเป็นเรื่องหลัก บางครั้งระดับการบริโภคและการผลิตเพื่อสะสม จะขยายตัวพร้อมๆกัน แต่ในเวลาอื่นระดับการบริโภคจะลดลงในขณะที่การสะสมทุนเพิ่มขึ้น สิ่งที่สำคัญคือในระบบทุนนิยมการสะสมทุนเพื่อการผลิตมีฐานะสำคัญกว่าการบริโภค……”
           
สิ่งสำคัญที่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานจะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ ไม่ถูกกดขี่ขูดรีดไม่ถูกมอมเมาต่อไป มีเสรีภาพที่จะบริโภค และวางแผนการผลิตเพื่อการบริโภคอย่างแท้จริงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาประชานิยมและเศษอาหารเศษเสี้ยวทรัพยากรที่อำมาตย์แบ่งมาให้ ก็คือ การปลดแอกสู่สังคมนิยม สังคมที่ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินอย่างแท้จริง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s