เมื่อสภาพการจ้างงานเลวร้าย อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น

การเกิดอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน นิ้วขาด นิ้วแตก คนงานยังเข้าไม่ถึงสิทธิตามกฎหมายประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทนเมื่อประสบอุบัติเหตุ สำหรับสิทธิการลาป่วยมีใบรับรองของแพทย์ นายจ้างยังไม่อนุญาตให้คนงานหยุดทั้งที่คนงานมีสิทธิหยุดโดยได้รับค่าจ้าง

โดย พจนา วลัย

ผู้เขียนเรียบเรียงปัญหาการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจากเอกสารเผยแพร่ของพนักงานบริษัทลินฟ้อกซ์ ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย)จำกัด สาขาลำลูกลา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติจากประเทศออสเตรเลีย จะเห็นได้ว่า การเลิกจ้างพนักงานจำนวน 50 คนมีสาเหตุมาจากการออกมาต่อสู้เรียกร้องให้นายจ้างปรับปรุงสภาพการทำงาน ค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ดีขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาพนักงานขับรถบรรทุกส่งของทำงานหนักมากจนนำไปสู่การบาดเจ็บในขณะทำงาน และประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต และทำให้ผู้อื่นเสียหาย  ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานและบริษัทลินฟอกซ์ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการปรับปรุงสภาพการทำงานของพนักงานให้ปลอดภัย  ดังเหตุการณ์ต่อไปนี้

การประท้วงฝ่ายบริหารที่พักงานและไล่พนักงานออก

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2555 พนักงานทุกคนได้หยุดงานเนื่องจากไม่สามารถทนกับสภาพปัญหาต่างๆ ที่เกิดได้ เช่น ฝ่ายบริหารพักงานและไล่ออก กล่าวคือ ได้มีการให้คนงานออกจากงานโดยกล่าวอ้างว่าคนงานลักขโมยน้ำมันซึ่งขาดกระบวนการตรวจสอบและยืนยันหลักฐาน คนงานจึงออกมาคัดค้านการกระทำของบริษัทฯ ด้วยนัดหยุดงาน จากนั้นจึงได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน  และสามารถตกลงกันได้ โดยนายจ้างยอมรับคนงานกลับเข้าทำงานตามปกติ

จากนั้น คนงานจำนวน 430 คนรวมตัวกันสมัครเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกของสหพันธ์แรงงานขนส่งระหว่างประเทศ( ITF) จากจำนวนพนักงานทั้งหมด 2,034 คน(รวม 4 สาขา) ทว่าในช่วงที่คนงานสมัครเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย ทางบริษัทฯ ได้พยายามเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างเรื่องเรทน้ำมันและระยะกิโลเมตรของเส้นทางการขนส่งสินค้า โดยต้องการให้พนักงานทำเวลาให้เร็วขึ้น ส่งผลกระทบต่อคนงานที่มีเงื่อนไขระยะเวลา คือ หากทำไม่ได้ตามเงื่อนไขจะถูกหักเงิน

การเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานของฝ่ายบริหาร

จากการเปลี่ยนแปลงเรื่องเรทน้ำมันและระยะกิโลเมตรของเส้นทางการขนส่งสินค้า คนงานต้องทำเวลาและต้องอดกลั้นกับการไม่เข้าห้องน้ำ เพราะถ้าคนงานหยุดรถเพื่อเข้าห้องน้ำเมื่อกลับเข้ามาที่ศูนย์กระจายสินค้าก็จะถูกนายจ้างซักถามถึงการหยุดรถ เนื่องจากทางนายจ้างได้ทำการบันทึกการเดินทาง ด้วยระบบจี พี เอส ดูการเดินทางการขนส่งสินค้าของคนงาน โดยทางนายจ้างไม่เคยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนงาน ทั้งด้านอุบัติเหตุและด้านสุขภาพความปลอดภัยอาชีวอนามัยที่ขับรถระยะยาวนานถึงแม้จะมีคู่กะสับเปลี่ยนก็ตาม

สภาพการจ้างงาน

พนักงานขับรถบรรทุกได้รับเงินเดือนประมาณ 9,450 บาท (315 เหรียญสรอ.) ซึ่งเป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ  นอกจากนี้มีเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทาง แต่มีปัญหาความโปร่งใสของการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ในสลิปเงินเดือน เพราะฝ่ายบริหารไม่สามารถตอบได้ทั้งหมด  และหากทำงานล่วงเวลา รายได้โดยเฉลี่ยของพนักงาน เดือนละ 20,000 บาท (660 เหรียญสรอ.)

กฎระเบียบของบริษัท  พนักงานขับรถมีสิทธิหยุดพักสัปดาห์ละ 1 วัน  แต่ในทางปฏิบัติ พวกเขามักขับรถอยู่บนท้องถนนเสมอ และยากที่จะกลับถึงบ้านให้ตรงกับวันหยุด อันเนื่องจากต้องขับในระยะทางยาวไกล ตามต่างจังหวัดที่พวกเขาต้องขนส่งอาหารสดให้แก่ห้างเทสโก้โลตัสทั่วประเทศ ฉะนั้นพวกเขาจึงทำงานหลายชั่วโมง และกดดัน เครียด จากการสั่งงานและควบคุมงานของผู้จัดการและหัวหน้า  เช่น การขับรถไปยังภาคใต้ของประเทศ ใช้เวลา 22 ชั่วโมง และต้องหลับบนรถ เพราะไม่มีสวัสดิการพักตามโรงแรม

ภาระงานของพนักงานขับรถ นอกจากจะขับรถแล้ว ยังต้องขนสินค้าไปตามห้างด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ พนักงานขับรถคนหนึ่งบาดเจ็บที่มือสองข้างในระหว่างการขนสินค้า ซึ่งแพทย์ขอให้บริษัทให้พนักงานพักรักษาตัว 1 เดือน แต่บริษัทปฏิเสธ  และเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฝ่ายบริหารก็กล่าวหาพนักงานว่าละเมิดกฎระเบียบของบริษัทของ 19 ว่าด้วยการขาดความระมัดระวังในการทำงาน

และเมื่อไม่นานมานี้ ยังเกิดกรณีการเสียชีวิตของคนงานที่มาจากการทำงานหลายชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่พัก  คือ พนักงานขับรถบรรทุก 18 ล้อ ที่มีประสบการณ์ทำงานมาเป็นเวลา 10 ปี ทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงด้วยการขับทั้งระยะทางสั้นๆ และไกล วันหนึ่ง หลังจากส่งสินค้าให้แก่ห้างเทสโกโลตัส จังหวัดจันทบุรี ขากลับ เขาหลับในและประสบอุบัติเหตุ ชนรถบรรทุกอีกคันหนึ่ง และเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิต

การเกิดอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน นิ้วขาด นิ้วแตก คนงานยังเข้าไม่ถึงสิทธิตามกฎหมายประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทนเมื่อประสบอุบัติเหตุ สำหรับสิทธิการลาป่วยมีใบรับรองของแพทย์ นายจ้างยังไม่อนุญาตให้คนงานหยุดทั้งที่คนงานมีสิทธิหยุดโดยได้รับค่าจ้าง  ทั้งยังได้ประกาศห้ามลาหยุดก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อไม่ต้องการให้พนักงานลาหยุดต่อเนื่อง หากหยุดจะตัดค่าจ้างและให้ใบเตือน

หากอ้างอิงถึงกฎหมาย มาตรา 6 และมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ประกอบสำหรับการทำงานด้านขนส่งทางบก กล่าวคือ  งานขนส่งทางบก ทั้งการลำเลียงหรือเคลื่อนย้ายบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของด้วยยานพาหนะขนส่งทางบกซึ่งเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือ พลังงานอื่น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเคลื่อนย้ายบุคคลหรือสัตว์วที่เจ็บป่วย และการขนส่งในงานดับเพลิงหรืองานบรรเทาสาธารณภัย  นายจ้างต้องกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดการทำงานปกติของลูกจ้าง ในงานขนส่งทางบกวันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง  ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะ ทำงานล่วงเวลาเว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกจ้าง  และหากได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาได้วันหนึ่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง เว้นแต่มีความจำเป็นอันเกิดจากเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุ หรือปัญหาการจราจร และต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเป็นเงิน

อีกทั้ง หลังจากลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะได้ทำงานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันวันหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง แต่อาจตกลงกันให้มีเวลาพักครั้งหนึ่งน้อยกว่า 1 ชั่วโมงก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าครั้งละ 20 นาทีและเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง

ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างเริ่มต้นทำงานในวันทำงานถัดไปก่อนครบระยะเวลาสิบชั่วโมงหลังจากสิ้นสุดการทำงานในวันทำงานที่ล่วงมาแล้ว
       
ปัญหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ช่วงระหว่างการเจรจาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

จากสภาพการทำงานและการควบคุมงานที่บีบคั้นพนักงาน  ในวันที่ 4 มกราคม 2556 สหภาพแรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง โดยให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้นต่อการดำรงชีวิตและครอบครัวให้สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นในปัจจุบันต่อบริษัท จำนวน 24  ข้อ จากนั้นทางบริษัทฯ ได้นัดเจรจาและทำการเจรจากับพนักงาน 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 4 มกราคม 2556 ครั้งที่ 2 คือ วันที่ 20 มกราคม 2556 จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายนัดเจรจาอีกครั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 แต่ทางนายจ้างได้มีการเลื่อนการเจรจาและนัดเจรจาครั้งต่อไปในวันที่ 20 มีนาคม 2556

ในช่วงระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้อง วันที่ 12 กุมภาพพันธ์ 2556 ทางบริษัทฯ ได้มีประกาศถึงพนักงานบริษัททุกคน ลงนามโดย เจมส์ ออลแมนด์ / กรรมการผู้จัดการ บริษัท ว่า มีพนักงานขับรถของลินฟ้อกซ์ฯ ประจำหน่วยงานลำลูกกา 2 คนถูกปลดพ้นสภาพพนักงานในข้อหาขโมยน้ำมันจากรถบรรทุกของลินฟ้อกซ์ฯ ซึ่งอ้างว่ามีหลักฐานยืนยันได้จากการบันทึกการเดินทางจากระบบจี พี เอส / แผนที่ทางอากาศ / ภาพแสดงสถานที่ขายน้ำมันเถื่อน / กราฟปริมาณน้ำมันที่สูญหาย ข้อกล่าวหาของบริษัทฯ เป็นการกล่าวหาโดยพิสูจน์ไม่ได้ตามที่บริษัทฯ ยกเครื่องมือของทางบริษัทฯ มาตัดสินสั่งพักงานจนถึงไล่ออกเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงกับคนงานก่อนสั่งพักงานและออกคำสั่งเลิกจ้าง  ในขณะนี้มีจำนวนเลิกจ้าง(ไล่ออก) 5 คน และสั่งพักงานอีก 8 คน โดยทางบริษัทฯ กล่าวอ้างเหตุว่าคนงานหยุดรถพื้นที่สีแดง(พื้นที่ต้องห้าม)  ซึ่งทางบริษัทฯไม่เคยแจ้งหรือมีการประกาศบอกกับคนงานว่าพื้นที่บริเวณใดเป็นพื้นที่ต้องห้ามในการหยุดรถ แต่พอคนงานกลับเข้ามาที่ศูนย์กระจายสินค้า ทางบริษัทฯ ก็ออกใบพักงานให้กับคนงานจนถึงบอกเลิกจ้าง

การกระทำของฝ่ายนายจ้างเป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2541 หมวด ๙ การควบคุม มาตรา 108 ถึงมาตรา 115 ได้แก่ กระบวนการร้องทุกข์ ไต่สวน การสั่งพักงานของบริษัทฯ ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามหมวด 10 มาตรา 116 และมาตรา 117   เช่น การห้ามพักงานในช่วงของการสอบสวนข้อเท็จจริง (แต่ไม่มีการสอบสวน) เป็นต้น  ประกอบกับปัญหาที่นายจ้างละเมิดไม่จ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างไม่จัดวันหยุดประจำสัปดาห์ให้แก่คนงาน รวมทั้งไม่มีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานจนทำให้คนงานพักผ่อนไม่พอ และก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งไม่จัดหาห้องพักและห้องพยาบาล  หัวหน้างานพูดจาหยาบคาย ดูหมิ่นดูแคลนต่อคนงานจากปัญหาที่กล่าวมาซึ่งกลายเป็นปัญหาสะสมจนทำให้คนงานต้องออกมาคัดค้านการกระทำที่ไม่เป็นธรรมและละเมิดกฎหมายของบริษัทฯ  ด้วยการหยุดงาน

จากนั้น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 (ช่วงเช้า)มีคำสั่งประกาศของบริษัทฯให้พนักงาน 50 คนไปรายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานตามประกาศของบริษัท  แต่ในช่วงบ่าย พนักงานผู้ถูกสั่งให้ไปรายงานตัวออกหนังสือคัดค้านคำสั่งของบริษัทฯ โดยให้เหตุผลของการหยุดงานว่า

๑.บริษัทฯไม่ยอมปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่  ๑๒  ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับ พ.ศ.๒๕๔๑

๒.พนักงานขับรถต้องการให้บริษัทฯ กำหนดจุดจอด(พื้นที่สีแดง) ให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดห้ามจอด  เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทฯไม่เคยแจ้งจุดจอด และกลายเป็นข้ออ้างของบริษัทฯในกรณีลงโทษ และเลิกจ้างพนักงานที่เข้าร่วมกับสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย โดยไม่เป็นธรรมแก่พนักงาน

๓.พนักงานทั้งหมดยินดีเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง หากบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามข้อ ๑ และ ข้อ ๒ เรียบร้อยแล้ว

กระทั่งในวันที่ 21 กุมภาพันธ์  2556  ผู้บริหารบริษัทประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวน 50 คน ซึ่งรวมตัวแทนเจรจาด้วย  คนงานจึงคัดค้านประกาศเลิกจ้างของบริษัท เพราะถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เนื่องจากคนงานประสงค์จะกลับเข้าไปทำงาน แต่ขอให้ทางบริษัทปฏิบัติตามข้อ 1 ถึงข้อ 3  ข้างต้นตามหนังสือคัดค้านของลูกจ้างจำนวน 50 คน

ความรับผิดชอบต่อสังคมของรัฐและบริษัท

บริษัทมีระบบการบริหารที่ควบคุมงาน เร่งงาน ไม่จัดหาเวลาพักและสวัสดิการที่เพียงพอ ในขณะที่ตัวเองทำกำไรนับร้อยล้านจากการขนส่งกระจายสินค้าอาหารสดทั่วประเทศให้แก่ห้างสรรพสินค้า เช่น TESCO LOTUS ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ ด้วยเงินทุนจดทะเบียนจำนวน 20,000,000.00 ล้านบาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) ทำกำไรจำนวน 137,080,876 ล้านบาทในปี 2555

จากการพิจารณาสภาพการจ้างงานและกฎหมายที่พยายามให้เวลาพักแก่ลูกจ้างที่ขับรถขนส่งสินค้าทางบกเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ  บริษัทยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและต่อพนักงานที่ทำงานให้แก่บริษัทอย่างยากลำบาก สิ่งที่พิสูจน์คือ การเลิกจ้างตัวแทนเจรจาและสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งประเทศไทยที่ต้องการให้บริษัทปรับปรุงสภาพการทำงานให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ  การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการขับรถขนส่งทางบก และป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปที่ใช้รถใช้ถนนด้วย

การเลิกจ้างตัวแทนเจรจาและสมาชิกสหภาพแรงงานในช่วงระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้อง ถือว่าเป็นการทำลายสิทธิในการจัดตั้งและเจรจาต่อรองของพนักงาน เอารัดเอาเปรียบพนักงาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ดูแลพนักงาน เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งเท่ากับไม่ดูแลคนส่วนใหญ่ เพราะกระทั่งบัดนี้ที่หน้าบริษัท คนงานยังหยุดงานประท้วงการเลิกจ้างพนักงาน สภาพการจ้างงานที่เลวร้าย และการไม่พยายามแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งได้ส่งผลเสียหายต่อสังคมแล้ว และเป็นไปได้ที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก

ประเทศไทยถือได้ว่ายังด้อยพัฒนาเกี่ยวกับสภาพการจ้างงานที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสังคม เพราะขาดการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย และการป้องกันการส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ใช้แรงงานและต่อสังคมวงกว้าง  ด้วยนโยบายปล่อยเสรีทางการค้าและเน้นการลงทุน ทำธุรกิจของภาคเอกชน ที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพของคนทำงาน ความปลอดภัย ขยะสารพิษ และสิ่งแวดล้อม  ล่าสุดรัฐบาลยังมีนโยบายลดภาษีรายได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทต่างๆ เพื่อชดเชยกับการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แสดงให้เห็นถึงการไม่มีมาตรการรองรับปัญหาของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในที่สุด รัฐและทุนก็ผลักภาระให้แก่ครอบครัวของผู้ใช้แรงงานในการดูแลสุขภาพที่เสื่อมโทรมจากการทำงาน ด้วยสวัสดิการต่ำจนถึงขั้นไม่มี และค่าจ้างราคาถูก  ระบบสวัสดิการของคนทำงานที่มีหลายมาตรฐาน เพราะนโยบายที่เลือกปฏิบัติระหว่างข้าราชการ ลูกจ้างของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เอกชน คนทำงานนอกระบบอุตสาหกรรม รับจ้างทั่วไป หาบเร่ ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่นับถึงรวมเศรษฐกิจที่ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน ได้แก่ การดูแลงานบ้านของผู้หญิง การเลี้ยงดูเด็กที่รัฐผลักภาระให้แก่ครอบครัวแบบตัวใครตัวมัน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s