เมื่อการเมืองปฏิกิริยากำหนดทิศทางคนเสื้อแดง

ประชาธิปไตยโดยหลักการพื้นฐานสามัญนั้นมันต้องคาบเกี่ยวกับทุกองคาพยบของทุกส่วนในสังคม นั่นเป็นเหตุว่าทำไมคนเสื้อแดงจะต้องสนับสนุนสิทธิของรักเพศเดียวกัน ปกป้องสิทธิของหญิงบริการทางเพศ สิทธิทำแท้งของผู้หญิง ชาวนา ชาวไร่ สิทธิของแรงงาน ฯลฯ

โดย สมุดบันทึกสีแดง

บางทีคำพูดที่เป็นชิ้นเป็นอันและอยู่หลักการประชาธิปไตยทีสำคัญที่สุดที่ออกมาจากปากของคนที่อยู่ในประเทศไทยคือนักโทษการเมืองที่อยู่ในคุก[1]  คนอย่าง

สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์; “เราเตรียมแค่ต่อต้านรัฐประหารเท่านั้น แต่ไม่มีการเตรียมการต่อสู้เชิงรุก เมื่อเป็นรัฐบาลก็เดินไม่ถูก ไม่รู้จะเดินไปทางไหน”

สมยศ พฤกษาเกษมสุข; วันนี้คนเสื้อแดงยังขาดความมุ่งมั่นด้านประชาธิปไตย ความเป็นธรรมทางสังคม เพราะเล่นบทบาทเป็นหางเครื่องของพรรคเพื่อไทย

ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล (Red Eagle); ผมไม่เหลือความภูมิใจในความเป็นคนเสื้อแดงแล้ว เราเหมือนถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

เราจะเห็นด้วยกับทัศนะของทั้ง 3 ท่านหรือไม่อย่างไรนั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ที่เป็นประเด็นหลักคือ ทั้ง 3 คน พูดถึงการทรยศของพรรคเพื่อไทย

ส่วนแกนนำ นปช. ไม่มีอะไรที่น่าสนใจให้พูดถึงนอกจากผลพวงของการทรยศซึ่งคนเหล่านี้เป็นต้นเหตุผลของการกระทำดังกล่าวได้สร้างผลเสียหายต่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างมหาศาล คนกลุ่มนี้ได้สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการไร้ทางออก  เพื่อปูทางให้กับการทรยศและสร้างความชอบธรรมว่าทำไมถึงไม่เอาฆาตรกรที่สังหารโหดประชาชนมาลงโทษ

ก่อนหน้าวันครบรอบรำลึกถึงวีระชนนักเสื้อสู้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน เฉลิม อยู่บำรุง นักการเมือง น้ำเน่า ได้ออกมาโยนหินถามทางโดยเสนอให้มีการนิรโทษกรรมให้กับอาชญากรมือเปื้อนเลือดทั้งหลาย อย่างไร้ยางอาย ไร้จรรยาบรรณ โสมมและเห็นแก่ตัว เฉลิม อยู่บำรุง เป็นนักการเมืองที่สังกัดพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยที่เข้ามาอยู่ตรงนั้นได้ด้วยการเสียสระของวีระชนผู้อยากเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย แต่พรรคเพื่อไทยก็ได้แต่ก้มหัวเลียเท้าอำมาตย์อยู่ร่ำไป น่าเศร้าใจแทนวีระชน เราจะต้องไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราต้องหาทางก้าวไปให้พ้นจากวงจรอุบาทว์ตรงนี้ ถ้าเราไม่อยากเห็นวีระชนของเราตายฟรี

3 ปีผ่านไป เราเห็นอะไร?

การทรยศถูกทำให้เป็นเรื่องที่ “รับได้” เราเห็น นปช. ตั้งหน้าตั้งตาผูกขาดความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของการสร้างประชาธิปไตย แต่ไม่ทำอะไรเป็นรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย เช่น ประเด็นนักโทษการเมืองหรือยกเลิกกฎหมายป่าเถื่อนอย่าง ม.112 หรือ ที่ขี้ขลาดตาขาวมากที่สุดคือไม่กล้าสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์อย่างเป็นทางการ ทำตัวเป็นไอ้ตูบให้เพื่อไทยดึงหางเล่นแต่ แกนนำ นปช. ต้องการปกป้องสถานะของตัวเองว่าเป็นแกนนำนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตอนนี้กลุ่มแกนนำได้หันมาก่นด่าเสื้อแดงหัวก้าวหน้ากลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างน่าสมเพช รูปแบบการทำงานของพรรคเพื่อไทยและนปช. นอกจากไม่สร้างสรรค์แล้วยังกลายมาเป็นสูตรแพร่เชื้อร้ายอันโสโครกต่อประชาธิปไตย  เช่น เสื้อแดงปฏิกิริยาบางส่วนได้ออกมาทำตัวเป็นอันธพาล[2]  เสื้อแดงที่อ้างเป็นนักประชาธิปไตยแต่ขาดความเข้าใจพื้นฐาน เรื่องสิทธิของคนรักเพศเดียวกัน แสดงอาการรังเกียจชาวโรฮิงญา ให้กำลังใจทหารตำรวจผู้ที่เป็นสาเหตุหลักในความรุนแรงที่ภาคใต้ ฯลฯ เรื่องพื้นฐานพื้นๆไม่เข้าใจ เรื่องที่ไปไกลกว่านี้คงเป็นไปไม่ได้ภายใต้คนเหล่านี้

3 ปีผ่านไป กับ บทบาทของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนที่ไม่ให้ความสนใจกับประชาธิปไตยเลย เรียกว่าหลักการประชาธิปไตยเป็นอะไรที่เธอจะไม่ยึดถือ เธอจับมือกับใครก็ได้ เช่น พวกผู้นำเผด็จการจากตะวันออกกลางมือเปื้อนเลือดที่เข่นฆ่าประชาชนของตัวเองเป็นผักเป็นปลา ไม่แปลกใจถ้าเธอจะจับมือกับอำมาตย์ไทย ไหว้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เดินเคียงคู่กับ ประยุทธ จันโอชา และไม่ใส่ใจนักโทษการเมืองเสื้อแดง

บ่อยครั้งเสื้อแดงปฏิกิริยาออกมาแก้ตัวแทน โดยอธิบายว่า “พวกเราไม่ควรไปยุ่งเรื่องการเมืองในต่างประเทศ แค่หาทางตักตวงเอาผลประโยชน์ให้มากที่สุดก็พอ” ทัศนะดังกล่าวทั้งโง่ ทั้งป่าเถื่อน ไร้ความเห็นใจผู้ที่ถูกกดขี่ด้วยกันเอง ทัศนะดังกล่าวเป็นมลภาวะพิษต่อประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง พวกนี้ลืมไปว่าตอนที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษจะไปพักผ่อนเป็นการส่วนตัวที่ไทย ภายใต้นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนเสื้อแดงก้าวหน้าได้รณรงค์ไม่ให้นายกอังกฤษไปที่ประเทศไทยเพราะต้องการประท้วงว่านายกไทยไม่ได้มาจากระบอบอประชาธิปไตย แต่พอนายกรัฐมนตรีไทยที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยไปจับมือกับเผด็จการในตะวันออกกลางพวกเสื้อแดงปฏิกิริยาลืมหมด ส่วนเพื่อไทยไม่ต้องพูดถึง ”ละเลยหลักการประชาธิปไตยอย่างหน้าด้านๆ” บุคลากรของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้โง่เขลาหรือมีปัญหาในภูมิปัญญาที่จะไม่สามารถเข้าใจประชาธิปไตยและความเป็นธรรม แต่พวกนี้ไม่แคร์หลักการอะไรทั้งสิ้นต่างหากนอกจากผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกพ้อง

ประเด็นเรื่องเพศ กลายมาเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยม เพียงแค่เป็นเพศหญิงไม่ได้หมายความว่าจะก้าวหน้าเรื่องผู้หญิง หรือ   ถ้ามีผู้หญิงเป็นผู้นำแล้วประเด็นความเสมอภาคทางเพศด้านด้านต่างๆ จะรุดหน้าคืบไป ไม่เลย ประเด็นทางเพศในไทยยัง ย่ำอยู่กับที่มิหนำซ้ำทวีความปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเสียด้วย หมอบคลานอยู่อย่างไร ก็คงเป็นไปอย่างเดิม นายกยิ่งลักษณ์ ได้สร้างภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่จำยอม อดทน อดกลั้น ราวกับเป็นวัตถุอะไรสักอย่าง เพื่อมีหน้าที่ทำอะไรสักอย่างเท่านั้นเองซึ่งภาพพจน์ชนิดนี้สังคมอนุรักษ์นิยมแบบอำมาตย์ชื่นชมนัก ไม่ท้าทาย ไม่ก้าวหน้า ไม่เรียกร้อง ไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทและภาพพจน์ของเธอยังคงลอยวนอยู่ในอ่างของเสื้อแดงปฏิกิริยาคือ เธอแต่งตัวสวยอย่างไร แต่งตัวดีกว่าคนของฝ่ายสลิ่มมอย่างไร ซึ่งเป็นข้อถกเถียงปัญญาอ่อนเหลือเกิน คำกล่าวนี้น่าจะเหมาะสม พลังงานต่างๆที่ทุ่มเทไปกับประเด็นเหล่านี้ควรจะใช้ผลักดันอะไรที่ก้าวหน้าไปมากกว่านี้สันชาติญาณของนักสิทธิสตรี นั้นจะไม่ก้มหัวหรืออดกลั้นให้กับความอยุติธรรมที่พวกเธอได้รับ ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการสิทธิสตรีทั้งในไทยและในระดับสากลได้บันทึกเรื่องราวไว้เป็นภูเขา อย่างไรก็ตามดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ที่จะคุยเรื่องแบบนี้กับนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย เพราะ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ใส่ใจ…ช่างมันฉันไม่แคร์

เมื่อเธอถูกดึงลงไปคลุกอยู่โคลนตมอันโสมมโดยนักเขียนเสื้อเหลืองที่มีทัศนะเหยียดเพศ เธอควรจะใช้โอกาสนั้น ดึงประเด็นทางเพศมาเพื่อรณรงค์ให้สังคมเคารพและตระหนักถึงปัญหาของเพศหญิงมากกว่าที่เป็นอยู่— ไม่เลย ยิงลักษณ์  ชินวัตร เฉยแต่ปล่อยให้คนของเธอดึงกฎหมายอุบาทว์อย่างกฎหมายคอมพิวเตอร์ออกมารับมือแทน ทั้งๆที่กฎหมายคอมพิวเตอร์เป็นกฎหมายปฏิกิริยาที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับฝ่ายประชาธิปไตย

3 ปีผ่านไป ประชาธิปไตยเติบโตหรือไม่?

ประชาธิปไตยภายใต้เสื้อแดงปฏิริยานั้นถูกตีความอย่างตื้นเขิน อย่างน่าตกใจ นักมนุษวิทยาในไทยน่าจะตั้งโครงการศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างความอนุรักษ์นิยมในไทย หรือ ความเป็นไทยๆ มันได้ทำลายมันสมองคนไปขนาดไหน มันลดศักยภาพในการทำความเข้าใจ ผิด ชั่ว ดี อย่างไร คนเสื้อแดงปฏิกิริยา น่าจะเป็นกลุ่มทดลองที่น่าสนใจ

เสื้อแดงปฏิริยา ไม่เข้าใจเรื่องพื้นๆ แบบนี้อย่างสิ้นเชิง ความเข้าใจที่ไปใกลมากที่สุดคือ ต้องปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่พอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทรยศอุดมการณ์ประชาธิปไตย ก็หลับหูหลับตาเชียร์ต่อไป เสื้อแดงก้าวหน้าชวนให้ดูบทเรียนจากต่างประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขหลายอย่างคล้ายคลึงกับประเทศไทย เช่น กรณีการต่อสู้ในประเทศอียิปต์ เพราะพรรคพี่น้องมุสลิม ขึ้นมามีอำนาจจากการโค่นล้มเผด็จการโดยมวลชนนักสู้เพื่อประชาธิปไตยในอียิปต์ พอประธานาธิบดีทรยศ ชาวอียิปต์ออกมาประท้วงกันขนาดใหญ่ มีการปลดคนที่เป็นสมุนเดิมของประธานาธิบดี มูบารัค มาลงโทษ ทั้งในระดับรัฐบาล ธนาคาร มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ฯลฯ แต่เสื้อแดงปฏิกิริยา ส่ายหัว ปิดหูปิดตาไม่รู้ ไม่ดู ไม่เห็น

เสื้อแดงปฏิริยา เชิดชู มากาเรต แทชเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ ซึ่งทำลายชีวิตคนธรรมดาอังกฤษอย่างมหาศาล จนกระทั่งมีปาร์ตี้เฉลิมฉลองตามท้องถนนทั่วอังกฤษ เมื่ออดีตนายกฝ่ายขวาได้ตายลง –เสื้อแดงปฏิริยา ไม่สนใจความจริงอันนี้ แต่เปรียบเทียบยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับ มากาเรต แทชเชอร์ อันนี้คือสัญญานเตือนภัย พวกนี้ไม่สนใจตัวอย่างของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่รักใคร่สนิทสนมกับตัวอย่างปฏิกิริยา

ประชาธิปไตยโดยหลักการพื้นฐานสามัญนั้นมันต้องคาบเกี่ยวกับทุกองคาพยบของทุกส่วนในสังคม นั่นเป็นเหตุว่าทำไมคนเสื้อแดงจะต้องสนับสนุนสิทธิของรักเพศเดียวกัน ปกป้องสิทธิของหญิงบริการทางเพศ สิทธิทำแท้งของผู้หญิง ชาวนา ชาวไร่ สิทธิของแรงงาน ฯลฯ คนทุกกลุ่มมีสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองภายใต้กติกาที่เห็นร่วมกัน ไม่ใช่กติกาของศาลเตี้ย บางทีพวกเสื้อแดงปฏิริยา คงไม่ต่างจากสลิ่ม คือ คุยกันด้วยเหตุผลไม่ได้ ทางเดียวที่เป็นไปได้และเป็นทางที่ดีที่สุดคือ แยกกันเดิน เอาให้ชัดเจนไปเลยว่าอยู่กันคนละฝ่าย

3 ปีผ่านไปบทสรุปคืออะไร?

พวกเราต้องติดป้ายไปเลยว่า เสื้อแดงปฏิริยาและพรรคเพื่อไทย  คือ ศัตรูของประชาธิปไตย (ยกเว้นพวกนั้นปรับปรุงตัว ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่) ขั้นตอนต่อไปพวกเราต้องตั้งเป้า ดึงเสื้อแดงน้ำดีออกมาจากเพื่อไทยให้มากที่สุด เพื่อให้เป็นฝ่ายค้านอย่างแท้จริง วิพากษ์วิจารณ์เพื่อไทยและสมุนอย่างไม่ประณีประนอม เอาให้ถึงที่สุดและพวกเราจะต้องเข้าข้างคนที่ถูกกดขี่ในไทยทุกชนิด แรงงานข้ามชาติ คนรักเพศเดียวกัน ประเด็นสิทธิสตรี ชาวมุสลิม 3 จังหวัดในภาคใต้ ฯลฯ

พวกเราต้องให้ความสนใจ กับกลุ่มคนที่มีพลังและอยู่ในเงื่อนไขที่ง่ายต่อการจัดตั้ง เช่น กรรมาชีพ หรือ สหภาพแรงงานต่างๆ ซึ่ง จักรภาพ เพ็ญแข ได้เสนอรูปแบบการจัดตั้งผ่านกลุ่มวิชาชีพ เช่น นักธุรกิจ หมอ วิศวะ ฯลฯ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวดูนามธรรม และดูเหมือนฝากความหวังไว้ที่คนส่วนน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยถ้าเขาพัฒนาความคิดในการจัดตั้งให้มีความเป็นรูปธรรมกว่านี้

ในยุค 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 การต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตยนั้น มีการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสหภาพแรงงาน นักศึกษา ขบวนการเคลื่อนไหวในภาคเกษตร การต่อสู้ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านอุดมการณ์ทางการเมืองที่เน้นผลักดันความเท่าเทียม ภายใต้พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ ประวัติศาสตร์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ทำไมเราไม่เรียนบทเรียนดังกล่าว เรียนบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของเราเอง เพ่งดูว่าบรรพบรุษฝ่ายประชาธิปไตยเขาทำอย่างไร

พรรคเพื่อไทยไม่ใช่พรรคการเมืองที่จะสร้างประชาธิปไตย แต่เป็นพรรคการเมืองที่จะแบ่งสรรผลประโยชน์ในหมู่ทุนเท่านั้น ถ้าการเจรจาไปกันได้ก็จูบปากดมตูดกับอำมาตย์ต่อไป ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ดึงมวลชนออกมาเป็นเบี้ยทางการเมืองเหมือนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน พรรคนี้ไม่แคร์ว่าประชาชนจะถูกเข่นฆ่ารอบใหม่อย่างไร แต่พรรคนี้ต้องการให้ตนเองอยู่ในอำนาจ ซึ่งพวกเราไม่ควรเกรงใจพรรคการเมืองที่ทรยศมวลชน เราควรจะเปิดโปงความตอแหลของพรรคนี้ให้ล่อนจ้อน ถ้าพรรคนี้ไม่กล้าที่จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับประชาชนเลยโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ พวกเราก็ไม่ควรจะปล่อยให้พรรคนี้ “ตอแหล ลอยหน้า ลอยตา อยู่ต่อไป” ในเมื่อพรรคนี้เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย พวกเราก็จะต้องเป็นอุปสรรคต่อการเสวยสุขของพรรคเพื่อไทยพรรคเพื่ออำมาตย์ต่อไป

การต่อสู้ของวีระชนคนเสื้อแดงจะต้องไม่สูญเปล่า เราสามารถเริ่มได้ด้วยการเดินแยกทางกับเพื่อไทย และ ทำตัวเป็นฝ่ายค้านให้ถึงที่สุด  

[1]เผยแพร่ในประชาไท
[2]http://www.prachatai.com/journal/2013/05/46772

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s