วิกฤตการเมืองรอบใหม่ เราจะยืนจุดไหน

เฉพาะหน้าเราจึงไม่ควรออกไปปกป้องรัฐบาล จนกว่าขบวนการของฝ่ายอำมาตย์จะรุกสู้กินขอบเขตทำลายพื้นที่ประชาธิปไตยไปมากกว่านี้ นั่นหมายถึงการใช้กลไกอำนาจนอกระบบต่างๆ ล้มรัฐบาล นำพาสังคมเข้าสู่อำนาจเผด็จการในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง

โดย วัฒนะ วรรณ

ชนวนเหตุอันเกิดจากเรื่องน่าเศร้า อันเกิดจากพรรคเพื่อไทย ทรยศ หักหลัง วีรชน และฝ่ายประชาธิปไตย เป็นการหักหลังแบบหยามหมิ่นอย่างหน้าด้านๆ ไร้ยางอายอันเป็นที่สุด เป็นหน้าหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องจดจำจารึก ไม่ให้อภัย

ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย เหมาเข่ง ยกโทษความผิดให้กับฆาตกร ผู้มีส่วนร่วมกับความผิดสังหารโหดประชาชนเกือบ 100 ชีวิต บาดเจ็บ ติดคุกตาราง อีกจำนวนมาก ร่าง พรบ. ฉบับนี้เป็นสิ่งสุดท้าย เป็นสัญลักษณ์สุดท้าย ที่แสดงออกของฝ่ายเพื่อไทย ที่พยายามประนีประนอมกับฝ่ายอำมาตย์ อำนาจเผด็จการมาโดยตลอด ความพยายามก่อนหน้านี้ ปรากฏออกมาในรูปแบบ ละเลย เฉื่อยชา วางเฉย ต่อนักโทษการเมือง นักโทษ 112 มาตลอดกว่า 2 ปี ที่ผ่านมา ปรากฏออกมาในรูปแบบ ลดรูป ละเลย การนำตัวผู้กระทำผิด ทั้งฝ่ายทหาร ทั้งฝ่ายประชาธิปัตย์ มาดำเนินคดี ในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง ที่มีฝ่ายประชาธิปไตย นำเสนอไปหลายเหตุผล หลายทฤษฎี หลายความคิด

อีกด้านหนึ่ง ฝั่ง แกนนำ นปช. ล้วนรวมหัว เกี้ยเซี้ย เลียก้น ฝ่ายเพื่อไทย จนไม่ยอมดำเนินการใดๆ ที่จะผลักดัน กดดัน รัฐบาลเพื่อไทย ให้ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ จนแทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ ในนามนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม มิหนำซ้ำ ในกรณี ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม กลับกระทำการคัดค้านเพียง โนโหวต ทั้งๆ ที่สามารถกระทำการเคลื่อนไหวได้มากกว่านี้ ภายใต้ข้ออ้างกลัวฝ่ายอำมาตย์จะได้ประโยชน์ ฉกฉวย โอกาสเล่นงานรัฐบาลเพื่อไทย คำถามสำคัญ ระหว่างฝ่ายเพื่อไทย ที่ไม่ยอมทำอะไรเพื่อปกป้องประชาธิปไตย และสร้างความเป็นธรรมที่ผ่านมาสองปี กับฝ่ายอำมาตย์ ทั้งสองอย่างนี้ มันจะต่างอะไรกันเล่า ความแตกต่างในเชิงรูปธรรมที่จับต้องได้ มันอยู่ตรงไหน

อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายอำมาตย์ ฝ่ายประชาธิปัตย์ ผู้นิยมเผด็จการ ผู้มีส่วนร่วมกับการสังหารโหดกลางเมืองต่อคนเสื้อแดง เมื่อปี 53 อาศัย ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ที่ยกเว้นความผิดให้กับทักษิณ ปลุกระดมมวลชนฝ่ายขวา ที่ประกอบไปด้วยชนชั้นกลาง และชนชั้นระดับบน ออกมาเล่นงานหมายมั่นจะล้มรัฐบาลเพื่อไทยให้ได้ เพื่อเผ่าพวกของตนจะได้กลับมาคลองอำนาจอีกเช่นที่เคยเป็นมา

กลับมาสู่คำถามสำคัญ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว เรามีตัวเลือก หรือควรมีจุดยืนอย่างไร ต่อสภาวะการเมืองเช่นนี้ ด้านหนึ่งก็ฝ่ายหักหลักวีรชน ประชาธิปไตย ด้านหนึ่งก็ฝ่ายเข่นฆ่าประชาชน นิยมอำนาจเผด็จการ หรือทั้งสองฝ่าย ก็มิได้แยกขาดในมิติอุดมการณ์การเมือง เพราะมิได้ต้องการแสดงความปรารถนาต่อการพัฒนา ก่อร่าง สร้างประชาธิปไตย ให้เติบใหญ่เดินหน้า คืนความเป็นธรรมสู่สังคมแต่ประการใด

ในขณะที่ฝ่ายก้าวหน้า ก็กระจัดกระจาย ไร้การจัดตั้งองค์กรที่เข้มแข็ง ไม่สามารถเป็นตัวเลือก ตัวแทนนำมวลชนให้เดินหน้าต่อไปให้เลยพ้นกว่าสภาพที่เป็นอยู่ได้มากนัก

ข้อเสนอเฉพาะหน้าเราจึงไม่ควรออกไปปกป้องรัฐบาล จนกว่าขบวนการของฝ่ายอำมาตย์จะรุกสู้กินขอบเขตทำลายพื้นที่ประชาธิปไตยไปมากกว่านี้ นั่นหมายถึงการใช้กลไกอำนาจนอกระบบต่างๆ ล้มรัฐบาล นำพาสังคมเข้าสู่อำนาจเผด็จการในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง

แต่ ณ ขณะนี้ ก็ไม่ได้หมายความฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้าควรนิ่งอยู่เฉย เพราะไม่เป็นผลดี แต่ต้องพยายามขยับตัว จัดกิจกรรม ยึดมั่นในกรอบประชาธิปไตย และความเป็นธรรมของสังคม เอาคนผิดฆาตกรมาลงโทษ ปลดปล่อยนักโทษการเมือง นักโทษ 112 โดยไว ร่วมมือประสานงานเตรียมพร้อมซ้อมรบ เพื่อพร้อมจะรุกสู้กับฝ่ายเผด็จการเมื่อถึงเวลาอันสมควร

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s