ไว้อาลัย เนลสัน แมนเดลา Amandla!

ไว้อาลัย เนลสัน แมนเดลา
Amandla!
โดย  ใจ อึ๊งภากรณ์
เนลสัน แมนเดลา
คือบิดาแห่งการต่อสู้เพื่อล้มล้างระบบ “อาพาร์ไทยท์” ซึ่งเป็นระบบเหยียดสีผิวในประเทศอัฟริกาใต้
ที่กีดกันคนผิวดำคนส่วนใหญ่ของประเทศ ออกจากสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน


    
แมนเดลา นำการจับอาวุธต่อสู้กับรัฐเผด็จการของคนผิวขาว และต้องทนทุกข์ทรมานในคุกเป็นเวลา
27 ปี ก่อนที่จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอัฟริกาใต้ที่มาจากการเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตย
โดยที่คนผิวดำทุกคนได้สิทธิ์เลือกผู้นำของตนเองเป็นครั้งแรกในปี 1994
    
แมนเดลา เป็นหัวหน้าพรรค
African National Congress (ANC) หรือ
“พรรคสภาแห่งชาติอัฟริกา” และในปี
1955 พรรค ANC ได้ประกาศ “ธรรมนูญแห่งเสรีภาพ” (Freedom Charter)
เพื่อเป็นแนวทางในการต่อสู้
นอกจากธรรมนูญนี้จะระบุว่าพลเมืองทุกคนทุกสีผิวจะต้องมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันแล้ว
ยังระบุว่าพลเมืองทุกคนมีสิทธิ์ในการได้รับการศึกษาฟรีถึงขั้นมัธยม
มีสิทธิ์ที่จะมีงานทำและได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
เกษตรกรต้องมีที่ดินทำกินโดยจะมีการแบ่งที่ดินใหม่อย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้คนรวยผูกขาดที่ดินของประเทศ
มีการระบุว่าทรัพยากรต่างๆ และบริษัทใหญ่จะต้องนำมาเป็นของส่วนรวม
และทุกคนจะต้องมีสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ
     แต่เกือบ
60 ปีหลังจากการประกาศ ธรรมนูญแห่งเสรีภาพ
และ 20 ปีหลังจากที่ แมนเดลา
ขึ้นมาเป็นประธานาธบดี สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่
ไม่ได้ตรงกับความหวังที่เคยมีในธรรมนูญดังกล่าว องค์กรสหประชาชาติรายงานว่าเด็ก
1.4
ล้านคนอาศัยในกระท่อมที่ไม่มีน้ำสะอาดดื่ม และ 1.7 เด็กล้านคนต้องอาศัยในบ้านที่ต่ำกว่าคุณภาพเพราะไม่มีที่นอน
อุปกรณ์อาบน้ำ หรือเครื่องมือทำอาหาร
    
นอกจากนี้ธนาคารโลกคาดว่าดัชชนีจินี
(Gini Coefficient) ของอัฟริกาใต้สูงถึง 0.7 ดัชชนีนี้วัดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนภายในประเทศ
เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลกจะเห็นว่าอัฟริกาใต้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก
(เปรียบเทียบกับไทย 0.4, อินเดีย 0.37, สหรัฐ 0.47, ญี่ปุ่นและอังกฤษ 0.32
และฟินแลนด์ 0.27)
   
ในปี 2009 เมื่อผมมีโอกาสไปเมืองโจฮันเนสเบอร์ก
ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหมืองทองคำ ผมเห็นบ้านหรูของคนผิวขาวและคนรวยผิวดำที่ล้อมรอบด้วยลวดหนาม
ตามรั้วมีป้ายเตือนขโมยว่ามียามติดอาวุธ ในขณะเดียวกันผมเห็นบ้านเล็กๆ จำนวนมาก เสมือนกล่องปูนซิเมน
ของคนผิวดำ และที่แย่กว่าคือสลัมที่ไม่มีน้ำสะอาดหรือห้องน้ำ
    
อัฟริกาใต้ถูกคนผิวขาวจากยุโรปบุกรุกและยึดครองมาตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม
แต่พอถึงยุค
1880 มีการค้นพบเพชรกับทองคำ
บริษัทใหญ่จึงต้องการแรงงานผิวดำราคาถูกเป็นจำนวนมาก สภาพการทำงานของคนงานเหล่านี้ในเหมือนแร่ป่าเถื่อนที่สุด
พร้อมกันนั้นมีการใช้ความรุนแรงเพื่อขับไล่คนผิวดำในหมู่บ้านชนบทออกจากที่ดิน
และนี่คือที่มาของการก่อตั้งขบวนการแรงงานคนผิวดำในอัฟริกาใต้
ซึ่งเป็นขบวนการทางสังคมที่มีพลัง ต่อมาในปี 1948 มีการออกกฏหมายเพื่อสร้างระบบ
อาพาร์ไทยท์ เป็นทางการ
คนผิวดำถูกบังคับให้อาศัยในสลัมเพื่อมาทำงานให้คนผิวขาวและบริษัทยักษ์ใหญ่
และห้ามใช้บริการต่างๆ ที่คนผิวขาวใช้ สรุปแล้วระบบ
อาพาร์ไทยท์ ที่แบ่งแยกและกดขี่คนตามสีผิว
เป็นส่วนหนึ่งและแยกไม่ออกจากระบบทุนนิยมของอัฟริกาใต้ บริษัทเพชร
De Beers
บริษัทเหมืองทองคำใหญ่ๆ เช่น Anglo-American รวมถึงบริษัทข้ามชาติอื่นๆ
ของประเทศตะวันตก เช่น
ICI, GEC, Shell, Pilkington, British Petroleum,
Blue Circle and Cadbury Schweppes สามารถกอบโกยกำไรมหาศาลจากระบบนี้
    
ในขณะที่ผู้นำระดับโลกทุกวันนี้แห่กันไปชมและไว้อาลัย แมนเดลา
เราไม่ควรลืมว่าตลอดเวลาที่ แมนเดลา ติดคุก
ผู้นำประเทศตะวันตกเกลียดชังและด่าเขาว่าเป็นพวก “ก่อการร้าย”
     ในปี
1990 แมนเดลา ถูกปล่อยตัว และระบบ อาพาร์ไทยท์ เริ่มล่มสลาย เหตุผลหลักมาจากการต่อสู้และการนัดหยุดงานเป็นระยะๆ
ของขบวนการแรงงานตั้งแต่ปี 1974 และการต่อสู้ของชุมชนผิวดำ โดยเฉพาะเด็กนักเรียน
เช่นในเมือง
Soweto ในปี 1976
เพราะการลุกฮือเป็นประจำแบบนี้ทำให้นายทุนใหญ่และชนชั้นปกครองมองว่าต้องรื้อถอนระบบแบ่งแยกด้วยสีผิว
เพื่อปกป้องฐานะและกำไรของเขาในระบบทุนนิยม
    
ปัญหาของแนวทางในการต่อสู้ของพรรค
ANC และพรรคแนวร่วมหลักคือ
“พรรคคมอมิวนิสต์แห่งอัฟริกาใต้”
(SACP) คือมีการเน้นการต่อสู้เพื่อปลดชาติจากการผูกขาดของคนผิวขาว
ที่เรียกกันว่าการต่อสู้เพื่อ “ประชาชาติประชาธิปไตย”
แทนที่จะมองว่าต้องต่อสู้กับระบบการกดขี่สีผิวพร้อมๆกับสู้กับระบบทุนนิยม
(ที่ชาวมาร์คซิสต์เรียกว่า “แนวปฏิวัติถาวร”) พูดง่ายๆ
ANC  และ SACP มองว่าการมีรัฐบาลของ
แมนเดลา จะทำให้ทุนนิยมอัฟริกาใต้ “น่ารักมากขึ้น” รัฐบาล
ANC สัญญามาตั้งแต่แรกว่าจะไม่แตะระบบทุนนิยมและกำไรของบริษัทยักษ์ใหญ่ และบทบาทสำคัญของ
SACP คือการคุมขบวนการแรงงานเพื่อไม่ให้ออกมาต่อสู้และ
“เรียกร้องอะไรมากเกินไป” จากรัฐบาล
ANC มองดูแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรัฐบาลเพื่อไทยและบทบาทแกนนำ
นปช.
    
อย่างไรก็ตามตรรกะของการยอมรับระบบทุนนิยม โดยไม่พยายามปะทะ หรือเปลี่ยนระบบ
คือการหันไปยอมรับกลไกตลาดเสรี ในปีที่พรรค
ANC ขึ้นมาเป็นรัฐบาลมีการตกลงกับองค์กร IMF
เพื่อรับแนวทางตัดสวัสดิการและตัดงบประมาณรัฐ และต่อมามีการลดภาษีให้บริษัทใหญ่
และทั้งๆ ที่รัฐบาลตั้งใจจะสร้างบ้านใหม่ให้คนผิวดำจำนวนมาก
ในความเป็นจริงโครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และผลของนโยบายเสรีนิยม
คือการที่มีการเพิ่มกำไรและรายได้ให้กับกลุ่มทุนและคนรวยในขณะที่คนส่วนใหญ่ยากจนเหมือนเดิม
เพียงแต่ข้อแตกต่างจากยุค
อาพาร์ไทยท์ คือในหมู่นักธุรกิจและคนรวย
มีคนผิวดำที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเข้าไปร่วมกินด้วย
หนึ่งในนั้นที่เป็นเศรษฐีใหญ่คืออดีตผู้นำสหภาพแรงงานเหมืองแร่
Cyril
Ramaphosa
    
Ronnie Kasrils เพื่อนร่วมสมัยแมนเดลา และสมาชิกระดับสูงของพรรค
ANC และพรรค SACP เขียนบทความใน นสพ The
Guardian
เมื่อปลายเดือนมิถุนายนปีนี้
โดยสารภาพว่าพรรคผิดพลาดมหาศาลที่ยอมถูกกดดันจากกลุ่มทุนใหญ่
จนทิ้งอุดมการณ์เดิมไปหมด เขามองว่ารัฐบาลในสมัยนั้นรวมถึงตัวเขาเอง
กลัวคำขู่ของนายทุนมากเกินไป
 ดูได้ที่ (http://www.guardian.co.uk/commentisfree/2013/jun/24/anc-faustian-pact-mandela-fatal-error)
    
ท่ามกลางสภาพสังคมที่แย่ๆ แบบนี้ ขบวนการชุมชนที่ต่อต้านการแปรรูปสาธารณูปโภคให้เป็นเอกชน
และสหภาพแรงงานต่างๆ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย มีการต่อสู้กับรัฐบาลและนายทุนอย่างดุเดือด
และมีความพยายามของฝ่ายซ้ายบางกลุ่มที่จะตั้งองค์กรที่อิสระจากพรรค
ANC และพรรคคอมมิวนิสต์ ล่าสุดการลุกฮือของคนงานเหมืองแร่ที่ Marikana ซึ่งถูกตำรวจปราบแบบนองเลือด
แสดงให้เห็นว่าคนงานพยายามจัดตั้งสหภาพแรงงานใหม่ที่ไม่ได้ถูกครอบงำโดยรัฐบาล
นอกจากนี้ภาพตำรวจกราดยิงคนงานที่ไร้อาวุธ อย่างที่รัฐบาลเผด็จการของคนผิวขาวเคยทำ
กระตุ้นให้คนจำนวนมากเริ่มมองว่าการล้ม
อาพาร์ไทยท์ ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนัก และมวลชนยังมีภาระที่จะต่อสู้ต่อไป

    
ผมจะไว้อาลัย เนลสัน แมนเดลา ทั้งๆ ที่แนวการต่อสู้ของเขาทำให้ความหวังของ
ธรรมนูญแห่งเสรีภาพ ยังไม่เกิด เพราะอย่างน้อยเขาเป็นผู้นำที่เสียสละอดทนเพื่อสู้กับระบบ อาพาร์ไทยท์และเขาเป็นผู้นำที่ดุจเสมือน “พ่อ” ที่น่าเคารพจริงคนหนึ่งของโลกสำหรับฝ่ายซ้ายรุ่นผม
พวกเราเคยร่วมรณรงค์ต่อต้าน
อาพาร์ไทยท์ ในระดับสากลมาหลายปี และตอนเด็กๆ ผมจำได้ว่าคุณแม่ก็ไม่ยอมซื้อสินค้าจากอัฟริกาใต้
แต่ผมจะไม่ลืมว่าการล้ม
อาพาร์ไทยท์
อาศัยการต่อสู้เสียสละของมวลชนคนงานและเด็กนักศึกษาจำนวนมาก และภาระในการต่อสู้ยังไม่จบ
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s