ถ้าจะสร้างประชาธิปไตย เราต้องโค่น “ระบอบประยุทธ์”

ใจ อึ๊งภากรณ์

ขณะนี้ประยุทธ์มือเปื้อนเลือด ตระกูลจันทร์โอชา และพรรคพวกทหารของเขา กำลังสร้าง “ระบอบประยุทธ์” ในพื้นที่การเมือง เศรษฐกิจ กับสังคม ถ้าปวงชนชาวไทยจะมีสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันล้มล้างระบอบประยุทธ์อันชั่วร้ายนี้

ตอนนี้พี่เบิ้มจันทร์โอชา กำลังโยกย้ายข้าราชการที่เคยดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนรัฐประหาร และแต่งตั้งญาติพี่น้องและพรรคพวก เข้ามาครองตำแหน่งแทน ความหวังคือจะต้องคุมสังคมต่อไปอีกนาน

ในรัฐวิสาหกิจทั้งหลาย พี่เบิ้มจันทร์โอชากำลังกำจัดกรรมการบริหารบอร์ดต่างๆ และแต่งตั้งทหารกับพวกประจบสอพลอเข้ามาแทน ในกรณี ปตท. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เข้ามาโกยโดยตรง และ “นกหวีด”ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เข้ามานั่งข้างๆ บอร์ดรัฐวิสาหกิจทุกแห่งมีพี่เบิ้มจันทร์โอชานั่งคุมจากเบื้องบน นี่คือการละเมิดอำนาจ เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนกับการคอร์รับชั่น แบบสุดขั้ว “โมเดล 1984”

ในประวัติศาสตร์ไทย เผด็จการทหารยุคจอมพลป. และสฤษดิ์ ริเริ่มวัฒนธรรมการโกงกินและการดูดทรัพย์จากรัฐวิสาหกิจเข้ากระเป๋าตนเอง พี่เบิ้มจันทร์โอชามองว่าการใส่เครื่องแบบและการเบ่งอำนาจแปลว่าทหารมีคุณสมบัติในการเป็นเลิศในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเศรษฐกิจ การศึกษา กฏหมาย หรือการฆ่าคนไทยที่รักประชาธิปไตย ดังนั้นทหารควรได้รับอะไรตอบแทน

พี่เบิ้มจันทร์โอชาได้แต่งตั้งตนเองเป็นหัวหน้าใหญ่คุมการค้า การลงทุน และทุกอย่างเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คือพูดง่ายๆ ตรงไหนมีเงินทอง ตรงนั้นต้องมีนายพล เหมือนแมลงวันตอมขี้

แต่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ไม่ต้องไปสำรวจคณะทหารเถื่อนหรอก ก่อนหรือหลังเข้าแต่งตั้งตนเองในตำแหน่งใดๆ ไม่ต้องรายงานทรัพย์สิน ต่างจากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งโดยสิ้นเชิง นี่ก็อีกตัวอย่างของการทุจริตครั้งใหญ่ของคณะทหารเถื่อน ในขณะเดียวกัน ปปช. กำลังสืบสวนอดีตนายกยิ่งลักษณ์ เพราะมันจะเป็นโอกาสทองที่จะห้ามไม่ให้มีบทบาททางการเมืองในอนาคต และอาจมีโบนัสใหญ่คือยุบพรรคเพื่อไทย

ในภาคการศึกษา โรงเรียนต่างๆ ต้องเปลี่ยนหลักสูตรให้สอดคล้องกับความคิดของพี่เบิ้มจันทร์โอชา มีการเน้นวินัย การรักชาติของอำมาตย์ และการปลูกฝังความรักต่อพี่เบิ้มจันทร์โอชา แต่เวลาทำอะไรต้องหัดประหยัด เพราะคณะทหารเถื่อนตัดงบการศึกษาเพื่อพยุงงบทหารและค่าใช้จ่ายของเผด็จการ

โครงการที่จะพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภค ถูกตัดไปด้วย แต่บางโครงการอาจฟื้นใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่ทหารจะรับเงินใต้โต๊ะในการประมูลรอบใหม่

ในด้านสื่อมวลชน คณะทหารเถื่อนขอให้สื่อทำหน้าที่อย่างสบายใจ ไม่ต้องวิตกเรื่องทหารนั่งคุมสำนักงาน เสนอข่าวได้อย่างเสรี เพียงแต่ต้องเสนอข่าวแนวที่ชื่นชมอวยคณะของพี่เบิ้มจันทร์โอชา และโกหกชาวโลกว่าประเทศไทยเสรีและมีความสุข

คราวก่อนที่ทหารก่อรัฐประหาร ๑๙ กันยา มีการเขียนรัฐธรรมนูญทหาร และสร้างองค์กรที่อิสระจากการตรวจสอบของประชาชน องค์กรเหล่านี้เต็มไปด้วยพวกอนุรักษ์นิยมที่ชอบทหารเผด็จการและเกลียดชังทักษิณ ตัวอย่างก็รู้ๆ กัน เช่นศาลรัฐธรรมนูญ และส.ว.ลากตั้ง แต่มันไม่พอ ในที่สุดต้องยอมให้มีการเลือกตั้งและพรรคเพื่อไทยก็ชนะ วิกฤตเลยยืดยาว

คราวนี้ทหารต้องการสร้างระบอบประยุทธ์ให้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ดังนั้นจะมีการแต่งตั้งพวกประจบสอพลอที่เกลียดชังประชาธิปไตยและดูถูกประชาชน ให้มานั่งร่างรัฐธรรมนูญระบอบประยุทธ์ ใช้ “พม่าโมเดล” ทหารจะได้มีอิทธิพลต่อไปอีกนาน และผลการเลือกตั้งจะต้องถูกออกแบบให้เหมาะสมกับระบอบ“ประชาธิปไตยภายใต้การกำกับของท่านผู้นำ” (guided democracy) โดยที่ทหารจะมีสองบทบาทคู่ขนานตลอดไปในสังคม คือฆ่าคน และเสือกการเมืองพร้อมกัน ตามสูตร “Dwifungsi” ของอดีตเผด็จการซุฮาร์โต้ในอินโดนีเซีย

คนหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับสภาประจบสอพลอ ที่จะมานั่งร่างรัฐธรรมนูญระบอบประยุทธ์คือ สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ เพราะเขามองว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นเผด็จการ และการทำรัฐประหารเพียงแต่นำคนใส่เครื่องแบบเข้ามาบริหารประเทศแทนเท่านั้น

ประเทศไทยโชคดีมากที่มีคนฉลาดแบบสุรพล นิติไกรพจน์ และมีคนที่ทั้งกล้า ทั้งขยัน และทั้งมีวิสัยทัศน์เพื่อประโยชน์ตนเอง อย่างพี่เบิ้มจันทร์โอชา ไม่ยังงั้นประเทศจะถอยหลังลงคลองในมือของประชาชนส่วนใหญ่ที่โง่เขลา

Advertisements