“พรรค”

เลนิน

ความล้มเหลวของกลุ่มเสื้อแดงก้าวหน้า ที่จะช่วงชิงการนำทางการเมืองจากแกนนำ นปช. ที่เดินตามก้นพรรคเพื่อไทยเสมอ แล้วในที่สุดพามวลชนไปสยบยอมต่อทหารเผด็จการ เป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมเราต้องสร้างพรรคสังคมนิยมในประเทศไทย การช่วงชิงการนำในมวลชนย่อมทำไม่ได้ถ้าเรามีแต่กลุ่มกระจัดกระจาย

ในขณะที่ฝ่ายต้านประชาธิปไตยได้ความหวังจากการกระทำของทหารโจรปล้นประชาธิปไตย ฝ่ายประชาธิปไตยต้องอาศัยมวลชนเพื่อให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และองค์ประกอบสำคัญของพลังมวลชน นอกจากการชุมนุม คือการนัดหยุดงานของชนชั้นกรรมาชีพ เพราะมูลค่าทั้งปวงและทุกอย่างที่ทำให้เราดำรงชีพได้ในสังคม รวมถึงกำไรของนายทุน มาจากการทำงานของคนธรรมดา ดังนั้นพรรคต้องมีฐานที่มั่นในชนชั้นกรรมาชีพ

แต่แน่นอน ตอนนี้เราต้องทำงานลับใต้ดิน แต่บรรยากาศภายใต้รัฐประหารไม่ใช่โอกาสที่จะไม่ทำอะไร เพราะถ้าไม่ทำอะไรนานๆ เราจะชินแล้วสบายกับการเลิกเคลื่อนไหวทางการเมือง การทำงานลับตอนนี้ควรเน้นการสร้างเครือข่ายของคนที่มีความคิดตรงกัน ผ่านการคุยและวิเคราะห์เรื่องการเมืองอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับนักมาร์คซิสต์อย่าง เลนิน รูปแบบการสร้างพรรคมาจากลักษณะของกรรมาชีพในโลกจริงซึ่งมีลักษณะต่างระดับเสมอ เช่นจะมีบางกลุ่มที่อยากออกมาสู้อย่างดุเดือดเพื่อล้มระบบ ในขณะที่กลุ่มอื่นอยากออกมาสู้แค่เพื่อเรื่องปากท้องเท่านั้น หรือบางกลุ่มอาจไม่อยากสู้เลย มาร์คซิสต์อย่าง เองเกิลส์ เคยยกตัวอย่างทหารในสนามรบว่า ภายใต้การกดดันของการต่อสู้ ทหารบางหน่วยจะค้นพบวิธีการต่อสู้ที่ก้าวหน้าที่สุด และบทบาทสำคัญของผู้บังคับบัญชาที่ดี คือการนำบทเรียนที่ก้าวหน้าอันนั้นไปเผยแพร่กับทหารทั้งกองทัพ นี่คือที่มาของแนวคิด “กองหน้า” ในการสร้างพรรค นอกจากนี้พรรคต้องมีสัดส่วนคนหนุ่มสาวสูง ไม่ใช่เต็มไปด้วยคนแก่ที่มีแนวโน้มอนุรักษ์นิยม

การที่พรรคเป็น “กองหน้า” หมายความว่าต้องนำทางความคิด ซึ่งแปลว่าต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับทฤษฏี การศึกษา และการวิเคราะห์สภาพสังคมที่แหลมคม การวิเคราะห์แบบนี้ต้องอาศัยการถกเถียงภายใน บนพื้นฐานประสบการการต่อสู้ พรรคต้องไม่ท่องคำภีร์ และต้องไม่ปฏิเสธทฤษฏี อันโตนีโอ กรัมชี่ นักมาร์คซิสต์ชาวอิตาลี่ เคยเตือนว่าพรรคไม่สามารถ “ป้อนความรู้” ใส่สมองกรรมาชีพและมวลชน แต่พรรคต้องเสนอประสบการณ์จากอดีต กับคนที่กำลังเปิดกว้างเพื่อแสวงหาทางออก เนื่องจากเขาอยู่ในสถานการณ์การต่อสู้ ดังนั้นพรรคต้องร่วมสู้กับมวลชนเสมอ

พรรคสังคมนิยมมีรูปแบบสำคัญดังนี้ (1) พรรคต้องยึดถือผลประโยชน์ชนชั้นกรรมาชีพและผู้ถูกกดขี่ทั้งปวงเป็นหลัก (2) พรรคจะต้องมีประชาธิปไตยภายใน ต้องมีโครงสร้างและระเบียบที่ชัดเจนเพื่อให้สมาชิกธรรมดาเป็นผู้ควบคุม ต้องอาศัยเงินทุนที่มาจากการเก็บค่าสมาชิกเท่านั้น เพื่อไม่ให้ใครควบคุมด้วยอำนาจเงิน (3) พรรคควรเน้นการต่อสู้นอกรัฐสภาไปก่อน เพราะการสร้างฐานมวลชนท่ามกลางการเคลื่อนไหวของมวลชน เป็นวิธีต่อสู้เพื่อเรื่องปากท้องและสิทธิเสรีภาพประจำวัน

Advertisements