เราต้องสู้กับเผด็จการทหาร คสช. ผ่านเรื่องปากท้อง

ในเมื่อกระแสการออกมาคัดค้านรัฐประหาร และคณะเผด็จการ คสช. ลดลง ผ่านการข่มขู่และปราบปรามนักเคลื่อนไหวจำนวนมาก ขั้นตอนการต่อสู้รอบปัจจุบันต้องขยับไปเป็นเรื่องการรณรงค์คัดค้านนโยบายเลวๆ ของ คสช. เพื่อสร้างกระแสความไม่พอใจและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักประชาธิปไตย

ในหนังสือ “การนัดหยุดงานทั่วไปของมวลชน” โรซา ลัคแซมเบอร์ นักมาร์คซิสต์เยอรมัน-โปแลนด์ เขียนถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเด็นปากท้องและการเมืองภาพใหญ่ เขาเสนอว่าทั้งสองเรื่องนี้สลับไปสลับมาและหนุนการสร้างกระแสซึ่งกันและกันเสมอ ที่สำคัญคือหน้าที่หลักของนักเคลื่อนไหวที่มีการจัดตั้งเป็นพรรคหรือองค์กร คือการปลุกระดมเรื่องปากท้อง และการเชื่อมทุกประเด็นให้เข้ากับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสังคมนิยม

ในไทยตอนนี้ คนก้าวหน้าควรจัดตั้งกันเป็นองค์กร และเคลื่อนไหวต่อต้านนโยบายแย่ๆ ของ คสช. และแนวร่วมของมันที่ต้านประชาธิปไตย ซึ่งแต่ละนโยบายให้ประโยชน์กับชนชั้นปกครองและคนรวยอย่างเห็นชัดๆ การเคลื่อนไหวแบบนี้จะทำให้เราทุกคนเห็นภาพชัดเจนว่า “ประชาธิปไตยเป็นเรื่องปากท้อง” มันเป็นการต่อสู้เพื่อ “ประชาธิปไตยที่กินได้”

ในรูปธรรม มันหมายความว่าชาวประชาธิปไตยต้องคัดค้านนโยบายที่พึ่งออกมา เช่น

1. ข้อเสนอให้ประชาชนต้อง “ร่วมจ่าย” ถึง 50% ของค่ารักษาพยาบาล และการที่คณะทหารกำลังเตรียมตัวทำลายนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค”

2. ข้อเสนอให้งดขึ้นค่าแรงขั้นต่ำสำหรับคนทำงาน ซึ่งจะทำลายความหวังว่าคนจนจะมีรายได้เพียงพอ

3. ข้อเสนอให้ กกต. สามารถตัดทิ้งเซ็นเซอร์นโยบายของพรรคการเมืองในอนาคต ถ้ามีการเลือกตั้งอีกรอบ โดยเฉพาะนโยบายที่เป็นประโยชน์กับคนจน

4. ข้อเสนอถอยหลังลงคลองให้งดการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ผ่านการงดการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น

5. นโยบายที่จะนำ “ความคิดประยุทธ์” มาบรรจุในหลักสูตรการศึกษาตามโรงเรียนต่างๆ

นอกจากนี้เราต้องจับตาดูว่าคณะทหารเถื่อนจะเสนอ “การปฏิรูปแบบปฏิกูล” อะไรบ้าง ซึ่งจะนำไปสู่การลดพื้นที่ประชาธิปไตยในทุกแง่อย่างแน่นอน

Advertisements