ทำไมทหารอยากได้เรือดำน้ำ?

ใจ อึ๊งภากรณ์

ถ้าเราศึกษาเรื่อง “จักรวรรดินิยม” จากอดีตถึงปัจจุบัน เราจะเข้าใจว่ามันเป็นระบบรัฐต่างๆ ทั่วโลก ที่มีบางรัฐที่เข้มแข็งกว่ารัฐอื่น ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านการทหาร และ “รัฐใหญ่” ที่มีอำนาจมักจะใช้อำนาจนั้นเพื่อบังคับข่มขู่ “รัฐเล็ก” นอกจากนี้ในอดีตมีการยึดดินแดนไปเลย แต่ตอนนี้หันมาเน้นการเบ่งอำนาจเพื่อบังคับนโยบายที่เป็นประโยชน์กับมหาอำนาจมากกว่า

มหาอำนาจรุ่นแรกคืออังกฤษ และที่น่าสนใจคืออังกฤษอาศัยกองทัพเรือเป็นเครื่องมือหลักในการปกป้องเส้นทางขนส่งสินค้า และเพื่อใช้เรือรบเป็น “ฐานทัพเคลื่อนที่พร้อมปืนใหญ่” ในการข่มขู่ประเทศอื่นทั่วโลก และอังกฤษอาศัยการที่ตนเองเป็นมหาอำนาจในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด เพื่อการผลิตอาวุธเหนือรัฐอื่น

ต่อมาเยอรมันและสหรัฐเริ่มสร้างกองทัพเรือเพื่อแข่งกับอังกฤษ และนี่เป็นสาเหตุสำคัญของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และสงครามโลกครั้งที่สองหลังจากนั้น

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐกลายเป็นมหาอำนาจหลักที่มีกองทัพเรือที่ใหญ่ที่สุด คู่แข่งสำคัญตอนนั้นคือรัสเซีย แต่พอสงครามเย็นยุติลง และอำนาจรัสเซียลดลง สหรัฐกลายเป็นมหาอำนาจที่มีกองทัพเรือเหนือทุกประเทศ

แต่ในยุคปัจจุบัน การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในจีน นำไปสู่การที่จีนขึ้นมาเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมากที่สุดในโลก ซึ่งการที่จีนต้องการวัตถุดิบมากมายจากอัฟริกาและลาตินอเมริกา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทวีปเหล่านั้น มีการหันหน้าไปหาจีน แทนที่จะมองยุโรปหรือสหรัฐ

เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว และคนทำงานธรรมดาก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีเท่าไร แต่รัฐบาลเผด็จการจีนเร่งเพิ่มงบประมาณทหารมหาศาล จีนต้องการสร้างกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของตนเอง ทั้งในเส้นทางการเดินเรือ เพื่อขนส่งวัตถุดิบที่จีนต้องการ และในภูมิภาคเอเชียปาซิฟิกดดยทั่วไป ซึ่งการพัฒนาทางการทหารของจีนกำลังนำไปสู่การ “ชนกัน” กับสหรัฐ นอกจากนี้นำไปสู่การปะทะกับญี่ปุ่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เกี่ยวกับหมู่เกาะในแถบนี้

ในญี่ปุ่นสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มกระแสชาตินิยมสุดขั้วในพื้นที่การเมือง

นี่คือสาเหตุที่คณะทหารไทย ที่ไม่ต้องปรึกษารัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ตัดสินใจใช้เงินภาษีประชาชน เพื่อเพิ่มงบประมาณทหาร และพัฒนากองทัพเรือให้มีเรือดำน้ำ ในขณะที่ตัดงบสาธารณสุข เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม และวางแผนไม่ขึ้นค่าจ้างในระดับที่ควร แต่เราต้องเข้าใจด้วยว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในไทยก็มีนโยบายคล้ายๆ กันเกี่ยวกับกองทัพเรือ

การแข่งขันกันระหว่างรัฐต่างๆ ในระบบจักรวรรดินิยม ไม่เคยสอดคล้องกับผลประโยชน์ประชาชนผู้ทำงานเลย เพราะเราจะเป็นผู้จ่ายและผู้ไปตาย ในขณะที่คนข้างบนกอบโกยผลประโยชน์เสมอ นี่คือบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งถึงปัจจุบัน และเป็นสาเหตุที่เราต้องมองปัญหาสังคมจากแง่ชนชั้น แทนที่จะเน้นลัทธิชาตินิยม

Advertisements