ความยุติธรรมไม่มีสันติไม่เกิด

แปลมาจาก Socialist Worker UK

มวลชนจำนวนมากเดินขบวนประท้วงความรุนแรงของตำรวจ ในย่าน Ferguson ของเมือง St. Louis สหรัฐอเมริกา

การเดินขบวนและการประท้วงถึงจุดจลาจล เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 9 สิงหาคม หลังจากที่วัยรุ่น ไมเคิล บราวน์ ถูกตำรวจยิงตายและทิ้งศพบนท้องถนนเป็นเวลา 4 ชั่วโมง

บ่อยครั้งผู้ประท้วงจะเดินหน้าไปสู่ตำรวจผู้ถืออาวุธและตะโกนว่า “ยกมือขึ้น อย่ายิง” แต่ตำรวจโต้ตอบด้วยก๊าซน้ำตา หมา อาวุธสงครามและรถถัง มีการพยายามประกาศเคอฟิว แต่ผู้ประท้วงกลับมาทุกคืน มีการโต้ตอบความรุนแรงของตำรวจด้วยก้อนหินและขวด

มีคืนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น คืนนั้นตำรวจไม่ได้ออกมาอยู่บนท้องถนน ทุกอย่างจึงสงบ

ทั้งๆ ที่คนจำนวนมากวิจารณ์ตำรวจ ผู้ว่าฯ รัฐมิซูรี่  ประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งให้กองกำลังแห่งชาติพร้อมอาวุธครบมือ ลงมาจัดการประชาชนต่อ

ตำรวจพยายามป้ายร้ายไมเคิล โดยโกหกว่าเขาขโมยของจากร้านค้า แต่ถ้าจริง นั่นไม่ใช่สาเหตุที่เขาควรจะถูกยิงตาย ยิ่งกว่านั้นตำรวจที่ยิงไมเคิลตาย ไม่เคยถูกแจ้งว่าไมเคิลไปขโมยของจากร้าน

แม่ของไมเคิล เรียกร้องให้มีการจับกุม แดเรน วิลสัน นายตำรวจผู้ยิงไมเคิลตาย นายตำรวจคนนี้โกหกว่าไมเคิล พยายามแย่งปืนตนเอง แต่พยานหลายคนยืนยันว่ามีแต่ตำรวจที่ไล่ยิงไมเคิล ขณะที่เขาวิ่งหนีและตะโกนเรียกร้องไม่ให้ตำรวจยิง ในที่สุดหลังจากที่วัยรุ่นคนนี้ถูกยิงหลายครั้งและล้มลงบนถนน ตำรวจก็ประหารชีวิตโดยการจ่อยิงหัวจนตาย

ผู้ประท้วงทุกคนเข้าใจดีว่าปัญหาคือนโยบายเหยียดเชื้อชาติของตำรวจทั่วสหรัฐอเมริกา มันไม่ใช่แค่ปัญหาของตำรวจเลวบางคนเท่านั้น ในรอบเดือนที่ผ่านมาคนผิวดำที่ไม่ถืออาวุธถูกยิงตาย 4 คนในสหรัฐ

Ferguson เป็นย่านที่คนผิวดำอาศัยอยู่ 67% แต่สัดส่วนตำรวจผิวดำมีแค่ 6% และคณะกรรมการบริหารโรงเรียนในย่านนี้มีคนผิวดำเพียง 1 คนจากกรรมการทั้งหมด 7 คน สถิตินี้ชี้ให้เห็นถึงการเหยียดสีผิวและเลือกปฏิบัติในองค์การต่างๆ ของภาครัฐ อย่างไรก็ตามในเมืองที่มีตำรวจผิวดำจำนวนมาก ประชาชนผิวดำก็ยังถูกมองว่าเป็นอาชญากร และ ถูกตำรวจกลั่นแกล้งเสมอ

การลุกฮือของประชาชนที่ Ferguson เป็นเพียงบทล่าสุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้สิทธิเสรีภาพ

Advertisements