เผด็จการประยุทธ์ เราจะสร้างประชาธิปไตยได้อย่างไร?

ใจ  อึ๊งภากรณ์

(สรุปจากการประชุมคนไทยรักประชาธิปไตยที่ประเทศเด็นมาร์ค)

 

ปรากฏการณ์ล่าสุดในไทยคือการแต่งตั้งตนเองเป็นนายกของประยุทธ์มือเปื้อนเลือด ประยุทธ์มั่นใจในตนเอง ว่าสมุนใน “สภาทหาร” จะเลือกเขา จนประยุทธ์ไม่สนใจไปร่วมประชุมด้วย

เผด็จการของประยุทธ์ทั้งโหดร้ายและโง่ โหดร้ายเพราะขัง ทรมาน และใช้ 112 ไล่จับคนที่คิดต่าง โง่เพราะหน้าด้านปกครองเดี่ยว และสร้างภาพหน้าสมเพชว่าคืนความสุขให้ประชาชน

เผด็จการนี้ทำให้นึกถึงยุคเผด็จการก่อน 14 ตุลา นักเขียนชื่อดัง วัฒน์  วรรลยางกูร มองว่า “คสช คือเศษสวะตกค้างจากสงครามเย็น” และ สุธาชัย  ยิ้มประเสริฐ ชี้แจงว่า การรวบอำนาจของประยุทธ์ ใช้วิธีการที่ไม่มีการใช้มาตั้งแต่ยุคเผด็จการถนอม

ในปัจจุบันจำนวนคนไทยที่รักประชาธิปไตย ที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศมีจำนวนสูงมาก ปรากฏการณ์นี้ไม่เคยมีมานานแล้ว ครั้งก่อนจะเป็นช่วงยุค 6 ตุลา

คสช. มีแผนทำอะไร? แน่นอนพวกมันและพวกประจบสอพลอที่คอยฉวยโอกาสเลียเผด็จการ ไม่มีวันปฏิรูประบบการเมืองไทยให้มีประชาธิปไตยมากขึ้นได้ พวกนี้เป็นพวกมือเปื้อนเลือดที่ก่อรัฐประหารและปิดกั้นเสรีภาพ แต่ฝูงนักวิชาการเลื้อยคลาน มักเห่าหอนว่านี่คือการ ”ปฏิรูป”

ถ้ามีการปฏิรูปจริงมันจะมีหน้าตาอย่างไร? จะต้องมีการทำลายอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองของทหาร จะต้องมีการยกเลิกกฎหมาย 112 จะต้องมีการลงโทษพวกที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและพวกที่ก่อรัฐประหาร จะต้องมีการยกเลิกองค์การ(ไม่)อิสระ และต้องมีการสร้างความเสมอภาคผ่านระบบรัฐสวัสดิการและการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย แต่เราต้องรอให้ล้มเผด็จการก่อน

ต้นเหตุของวิกฤติทางการเมืองในประเทศไทยเริ่มจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2539 ตอนนั้น ทักษิณ สามารถเสนอนโยบายที่ครองใจประชาชนในสถานการณ์วิกฤติ นโยบายของทักษิณ ไม่ใช่“ประชานิยม”แต่เป็นนโยบายที่ทำให้สังคมไทยทันสมัยและคนจนมีส่วนในสังคมมากขึ้น ทักษิณ ไม่ได้มีเจตนาที่จะท้าทายระบบการเมืองอุปถัมภ์แบบเก่าและเขาอยากปกป้องอำนาจของอำมาตย์ แต่ในรูปธรรมนโยบายของทักษิณสร้างศัตรูมากมายในแวดวงพวกอนุรักษ์นิยม นี่คือสาเหตุที่ทหาร ข้าราชการชั้นสูง และ ชนชั้นกลางล้าหลังเกลียดชังประชาธิปไตยมาตลอด

แต่เราจะหวังว่าทักษิณและพรรคพวกหรือแม้แต่ นปช. จะนำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ ทักษิณเองก็ละเมิดสิทธิมนุษยชนมาหลายครั้ง และ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยและนปช. ก็ยอมจำนนต่อทหาร ทักษิณถึงกับเสนอแนะให้คนเสื้อแดงร่วมมือกับเผด็จการ คสช.

ถ้าเราเข้าใจที่มาของวิกฤติการเมืองไทยแบบนี้ เราจะเข้าใจด้วยว่าการเปลี่ยนรัชกาล จะไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด และจะไม่กระทบต่ออำนาจของทหาร

เผด็จการ คสช. จะไม่พังเองและผลพวงของเผด็จการนี้จะไม่หายไปเองจากสังคม ยิ่งกว่านั้นเราไม่ควรลืมว่ามีคนที่กำลังติดคุกอยู่

ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องจัดตั้งทางการเมืองอย่างเป็นระบบ และ จะต้องเป็นการจัดตั้งอิสระจากทักษิณ โดยเชื่อมโยงกับขบวนกับขบวนการแรงงานเพื่อใช้พลังกดดันทางเศรษฐกิจ การจัดตั้งขบวนการประชาธิปไตยภายในประเทศเป็นเรื่องชี้ขาด และ เรากำลังรอวันที่จะมีการทำงานแบบนี้อย่างจริงจัง เราต้องตั้งคำถามกับ “องค์กรเสรีไทย” ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และเน้นการทำงานแบบไหน? เพราะถ้ามีแต่การเน้นการ“ล็อบบี้”องค์กรต่างประเทศประชาธิปไตยจะไม่เกิด

เราจะไปหวังอะไรได้จากสหรัฐอเมริกา ที่ปราบปรามประชาชนผิวดำภายในประเทศ? เราจะไปหวังอะไรได้จากรัฐบาลในยุโรปที่พร้อมจะก่อสงครามเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง? เราจะไปหวังอะไรได้จากสหประชาชาติที่ไม่เคยห้ามอาชญากรรมของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์?

บทเรียนสำคัญจากพม่าสอนให้เรารู้ว่าการประนีประนอมกับเผด็จการทหาร ไม่นำไปสู่การสร้างประชาธิปไตย ดังนั้นขบวนการประชาธิปไตยในไทยต้องประกาศให้ชัดเจน ว่าจะเคลื่อนไหวเพื่อลดอิทธิพลของทหาร ยกเลิก 112 และนำคนอย่างประยุทธ์ มาลงโทษในอนาคต

Advertisements