วิกฤตยูเครน ความขัดแย้งระหว่างสองจักรวรรดินิยม

เราทราบดีจากประวัติศาสตร์สงครามเวียดนามว่าสหรัฐอเมริกา พร้อมจะโกหกเรื่องฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้ความชอบธรรมกับตัวเองในการแทรกแซงทางทหาร ดังนั้นเราไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่มาจากรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ องค์กรนาโต้ เรื่องการเคลื่อนกำลังทหารของรัสเซียเข้าไปในดินแดนยูเครน

นอกจากนี้สื่อกระแสหลักในตะวันตกมักจะมองข้ามผลของการรุกสู้ ของกองทัพยูเครน  ต่อพลเรือนในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศนั้น

องค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติคาดว่าระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 17 สิงหาคม มีคนล้มตายมากกว่า 1,200 คน และบาดเจ็บอีกสองเท่า

หนังสือพิมพ์ New York Times ของ อเมริกา ยังเสนอว่ากองทัพรัฐบาลยูเครน จะต้องรับผิดชอบส่วนหนึ่งกับการล้มตายของพลเรือน และการทำลายทรัพย์สินของประชาชนด้วยอาวุธหนัก เช่น รถถัง และ ปืนใหญ่

สหประชาชาติ กล่าวหาทั้งสองฝ่ายว่ามีการอุ้มฆ่าและทรมาน

แต่สองฝ่ายในสงครามยูเครนคือใคร? “รัฐบาลคีเอฟ” หรือรัฐบาลยูเครน เต็มไปด้วยนักการเมืองซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันตกของประเทศ พวกนี้ต้องการให้ยูเครนเข้าไปเป็นสมาชิกอียูและองค์กรทหารนาโต้ เขาเรียกตัวเองว่า “นักประชาธิปไตย” แต่มีการใช้กองกำลังฝ่ายขวาจัดฟาสซิสต์ ในการต่อสู้กับพวกขบวนการแบ่งแยกประเทศที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกใกล้พรมแดนรัสเซีย

การที่มีกองกำลังฟาสซิสต์ต่อสู้ร่วมกับกองทัพยูเครนทำให้ฝ่ายซ้ายบางคนในยุโรป เข้าใจผิดว่าฝ่ายแบ่งแยกดินแดนเชื้อชาติรัสเซีย กำลังต่อสู้กับขบวนการฟาสซิสต์ ในสงคราม “ก้าวหน้า”

อย่างไรก็ตามมันมีข้อมูลมากมายที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลรัสเซียแทรกแซงการต่อสู้ มันไม่ใช่การบุกเข้าไปในดินแดนยูเครนโดยตรงแต่รัฐบาลรัสเซียกำลังให้ความช่วยเหลือทางด้านอาวุธกับผู้เชี่ยวชาญ

ยุทธวิธีของมอสโก คือ ยุทธวิธีของประเทศมหาอำนาจที่ค่อนข้างจะอ่อนแอ เป้าหมายของประธานาธิบดีปูติน คือ การรักษาสถานภาพเดิมในยูเครนซึ่งเป็นประเทศที่มีความแตกแยกระหว่างตะวันตกกับตะวันออกและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนาโต้

พวกนักการเมืองทุนใหญ่ของยูเครน ผู้นำอียูบางคน และ รัฐบาลของประเทศยุโรปตะวันออกซึ่งเป็นสมาชิกอียู มีความประมาทพอสมควร เขาต้องการให้ยูเครนเข้ามาเป็นสมาชิกนาโต้ เพื่อผลักดันกองกำลังของตะวันตกให้ถึงพรมแดนรัสเซีย แนวทางนี้เสี่ยงกับการก่อสงครามใหญ่

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา อาจจะใช้คำพูดเข้มแข็งแรงๆ ในการวิจารณ์รัสเซีย แต่ประธานาธิบดีโอบามา สารภาพว่ารัฐบาลสหรัฐไม่มีแผนอะไรเลย ที่จะแก้ปัญหาในอิรัก ซีเรีย หรือ ยูเครน โอบามาเสนอว่า การใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ ไม่ควรจะเป็นองค์ประกอบหลักในทุกกรณี

เราจะเห็นได้ว่าความขัดแย้งในยูเครน เป็นความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดินิยมสองฝ่ายที่ขาดความมั่นใจ และต้องการรักษาสถานภาพเดิมมากกว่าที่จะรุกไปสู่สงคราม เราสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ และนี่คือความอันตรายของสถานการณ์ในภูมิภาคยุโรปตะวันออกทุกวันนี้

เรียบเรียงจากบทความของอาเล็คซ์ คาลินนิคอส ในหนังสือพิมพ์ Socialist Worker

Advertisements