การทำงาน “แนวร่วม” ในยุคเผด็จการ

ใจ อึ๊งภากรณ์

ตั้งแต่สมัย พคท. ถึง นปช. นักเคลื่อนไหวไทยจำนวนมากไม่เข้าใจธาตุแท้ของการทำงาน “แนวร่วม” เพราะแนวร่วมกับองค์กร ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

องค์กรต้องมีการจัดตั้งที่เป็นระบบ ต้องมีชุดความคิดที่เหมือนกัน และต้องมีแกนนำที่คอยเสนอแนวทางในการนำ มันมีลักษณะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันพอสมควร

“แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” หรือ นปช. มีแกนนำที่กำหนดนโยบายและแนวทางต่อสู้ในหลายมิติ และมีการกีดกันคนที่คิดต่างออกไป เช่นคนที่ต้องการยกเลิก 112 หรือคนที่ปฏิเสธการนำของทักษิณ ดังนั้น จริงๆ แล้ว นปช. เป็น องค์กรมากกว่าแนวร่วม หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมขนาดใหญ่ได้อีกด้วย แต่มันไม่ใช่ “แนวร่วม”

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.) เคยสร้างสิ่งที่พรรคเรียกว่า “แนวร่วม” แต่ก็ไม่ใช่แนวร่วมอีก เพราะเป็นวิธีจัดตั้งมวลชนตามแนวของ พคท. ในขณะที่มวลชนดังกล่าวไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค จริงๆ แล้วการเข้าไปเป็นสมาชิกพรรคเป็นเรื่องยากมาก ต้องผ่านหลายขั้นตอน ดังนั้น “แนวร่วม” ที่ พคท.พูดถึงคือ “ผู้ตาม” นั้นเอง ไม่ใช่แนวร่วมจริง

ในอดีต บางครั้ง พคท. จะสร้างแนวร่วมกับนายทุนคนที่พรรคมองว่า “รักชาติ” และในการสร้างแนวร่วมนี้ พคท. ก็จะไม่พูดถึงการต่อสู้เพื่อสังคมนิยมเลย คือเอาจุดยืนนายทุนมาเป็นจุดยืนของตนเอง นั้นก็ไม่ใช่การสร้างแนวร่วม

ทุกวันนี้เวลาคนที่รักประชาธิปไตยคนไหนวิจารณ์ทักษิณ หรือยิ่งลักษณ์ หรือ นปช. ก็จะมีคนเสื้อแดงสาย นปช. เตือนว่าเราต้องรู้จักสามัคคี แต่ความหมายของเขาแปลว่าให้หยุดวิจารณ์ คือสามัคคีภายใต้แนวของ นปช. เพื่อไทย หรือทักษิณเท่านั้น คนที่มีมุมมองแบบนี้สร้างแนวร่วมไม่ได้

ทำไมเราต้องสร้างแนวร่วมในขณะนี้?

ถ้าเราจะล้มเผด็จการ และยกเลิกผลพวงทั้งหมดของรัฐประหารสองรอบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ กฏหมาย หรือองค์กรปฏิกูลที่ทหารผลักดันเข้ามา เราต้องสร้างอะไรที่มีมวลชนผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมาก แต่มวลชนผู้รักประชาธิปไตยไม่ได้มีมุมมองทางการเมืองที่เหมือนกัน บางคนยังรักทักษิณ บางคนกึ่งรักทักษิณแต่ยังเชื่อมั่นใน นปช. บางคนหมดศรัทธาใน นปช. แต่อาจรักทักษิณ บางคนไม่เอาทั้งทักษิณ ยิ่งลักษณ์ เพื่อไทยหรือ นปช. บางคนต้องการยกเลิก 112 บางคนมองว่าควรรอไปก่อน บางคนต้องการเปลี่ยนสังคมไทยแบบถอนรากถอนโคน บางคนต้องการแค่ประชาธิปไตยรัฐสภาอย่างที่เราเคยมีสมัยที่ไทยรักไทยเป็นรัฐบาล เราจะทำอย่างไรเพื่อสามัคคีคนที่มีแนวคิดที่หลากหลายแบบนี้?

มีวิธีเดียว นั้นคือสร้าง “แนวร่วม” ภายใต้จุดยืนที่พื้นฐานที่สุด คือจุดยืนต้านเผด็จการทหารของประยุทธ์ ในการสร้างแนวร่วมไม่ควรจะมีจุดยืนในหลายๆประเด็น ประเด็นเดียวจะดีที่สุด เพราะคนที่มีความคิดหลากหลายอย่างที่เอ่ยไปแล้ว สามารถสามัคคีกันบนพื้นฐานการต้านเผด็จการประยุทธ์ได้ เรื่องอื่นก็ให้แต่ละคน แต่ละกลุ่มคิดและเสนออย่างเสรี พูดง่ายๆ นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยจะใส่หมวกสองใบเสมอ คือหมวกของแนวร่วม และหมวกขององค์กรหรือจุดยืนตนเอง และเราจะไม่ปกปิดเรื่องนี้ ต้องเคารพซึ่งกันและกัน แนวร่วมแบบนี้จะมีพลัง

การให้แต่ละกลุ่มแต่ละคนในแนวร่วม มีเสรีภาพที่จะมองต่างมุมในเรื่องอื่นๆ นอกจากประเด็นหลักคือการต้านเผด็จการประยุทธ์ เป็นวิธีเดียวที่จะสร้างแนวร่วมที่ครอบคลุมนักประชาธิปไตยทุกคน

การสร้างแนวร่วมต้องไม่กีดกันใคร ไม่ว่าเราจะไม่ชอบเขาเป็นส่วนตัว หรือไม่เห็นด้วยกับแนวเขาแค่ไหน เราต้องข้ามพ้นความคิดทารกแบบนั้น และไม่ควรมีกลุ่มคนกลุ่มใด ที่พยายามกดดันบังคับให้ทุกคนต้องคิดตามในเรื่องอื่นๆ

แน่นอน มันยังคงมีโอกาสที่จะขัดแย้งกันทางแนวคิดหรือแนวปฏิบัติเคลื่อนไหว ซึ่งเรื่องแบบนั้นต้องตัดสินกันในที่ประชุมผ่านการลงมติและการเคารพมติเสียงส่วนใหญ่

ประเด็นสำคัญคือ พวกเราพร้อมจะทำงานแนวร่วมเพื่อล้มเผด็จการหรือไม่?

Advertisements