สังคมไทยเป็นสังคมเหยียดเชื้อชาติ

ใจ อึ๊งภากรณ์

เมื่อตำรวจจับคน “เตะทราย” ใส่นักท่องเที่ยวบนชายหาด เพราะสตรีคนนั้นไม่ยอมเช่าเก้าอี้ริมหาด สังคมไทยก็ประโคมว่าเป็นคนเขมร และหลายคนคงมองว่า “คนไทยไม่ป่าเถื่อนแบบนี้” แต่ไม่มีใครถามอย่างจริงจัง ว่าเจ้านายคนงานเขมรคนนี้เป็นคนไทยหรือไม่ และเราต้องถามอีกว่ามีการกดดันให้คนงานมีพฤติกรรมแบบนี้หรือไม่

เมื่อทหารไทยภายใต้คำสั่งฆาตกร ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ สุเทพ ยิงคนเสื้อแดงมือเปล่าตายที่ราชประสงค์ คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งสร้างนิยายว่าคงต้องเป็น “ทหารเขมร” เพราะ “คนไทยไม่ฆ่าคนไทย” แต่แล้วข้อมูลจริงก็ออกมาว่าอำมาตย์คนไทยฆ่าประชาชนคนไทยที่ราชประสงค์ และปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ ตุลา, ๖ ตุลา, พฤษภา ๓๕ หรือยุควิกฤตปัจจุบัน

ทุกวันนี้มีคนไม่น้อยที่ใช้คำว่า “ลาว” แทนคำว่า “เสร่อ” “โง่” หรือ “ล้าหลัง”

ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากใช้คำว่า “แขก” เพื่อเหมารวมคนมาเลย์มุสลิมในปาตานี หรือคนอินเดีย ปากีสถาน อหร่าน อาหรับ ตุรกี หรือเพื่อนินทาคนเชื้อสายอินเดียหรืออิหร่านที่เป็นพลเมืองไทย มุมมองดูถูก “คนอื่น” แบบนี้มีส่วนในการทำให้ชาวมาเลย์มุสลิมในปาตานี กลายเป็นพลเมืองชั้นสองที่ถูกกดขี่ มันเป็นประเด็นสำคัญในสงครามกลางเมืองที่ดำรงอยู่ในภาคใต้

ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากใช้คำว่า “ไอ้มืด” ซึ่งแปลตรงกับคำเหยียดหยามภาษาอังกฤษ “Nigger” เพื่อกล่าวถึงคนผิวดำเชื้อสายจากทวีปอัฟริกา และมีการมองว่าคนอัฟริกาเป็นคนต้อยต่ำ สาวไทยจำนวนมากก็ใช้ครีมย้อมผิวตนเองให้ “ขาวขึ้น” เพื่อไม่ให้เหมือนคนต้อยต่ำ มีการยกอคติเหยียดสีผิวจากพวกฝ่ายขวาสุดขั้วในตะวันตก ที่มองว่า “ขาวคือสวย ดำคือน่าเกลียด”

ทุกวันนี้มีคนไทยจำนวนมาก รวมถึงนักวิชาการ  ที่ใช้คำว่า “ฝรั่ง” เพื่อเหมารวมและสร้างความต่างกับคนตะวันตก มันเป็นคำดูถูกจากโบราณ ไม่ต่างจากคำว่า “ผีขาว” ที่พวกชาตินิยมสุดขั้วในจีนใช้กัน

แต่คนไทยจำนวนมาก ไม่เคยสนใจจะศึกษาสังคมและประวัติศาสตร์ของประเทศอื่นเลย พึงพอใจที่จะจมอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยฉบับอำมาตย์เท่านั้น มันเป็นสภาพเหยียดเชื้อชาติภายใต้ความโง่เขลา

คำเหล่านี้ที่เหมารวมเชื้อชาติต่างๆ ด้วยความดูถูก เพื่อเน้นความเลิศของ “ความเป็นไทย” ตรงกับแนวคิดของคนอย่างประยุทธ์ ที่ชอบพูดถึงประชาธิปไตยไทยๆ มันเป็นการเหมาว่าทุกคนในชาติหนึ่งจะเหมือนกันหมด มันเป็นการมองข้ามความหลากหลายและความขัดแย้งทางชนชั้นในทุกสังคม มันเหมือนคนโง่เหยียดสีผิวในตะวันตก ที่มองว่าคนไทยมีชื่อน่าขำ มีหน้าตาแบบ “ตาตี๋” และนักวิชาการหรือนักข่าวตะวันตกบางคน มองว่าคนไทยทุกคนเหมือนเด็ก ทำอะไรตลกๆ  กราบไหว้หมอบคลานต่อคนข้างบนด้วยความยินดี ยินดีขายร่างให้นักท่องเที่ยว และไร้จิตสำนึกทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

เราก็น่าจะทราบดีว่า “ความเป็นไทย” มีความหลากหลาย และคนไทยมีหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม และภาษาปนกัน

ประชาชนในสังคมไทยถูกปั่นหัวโดยชนชั้นปกครองคลั่งชาติ ต้องร้องเพลงชาติ ยืนเคารพธงชาติ ซึ่งล้วนแต่เป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อผู้ที่กดขี่เราทั้งสิ้น ในประเทศที่ฝ่ายซ้ายและขบวนการแรงงานเจริญ เช่นเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือประเทศในยุโรป การต่อสู้ของฝ่ายซ้ายและขบวนการแรงงงานมีส่วนสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยและการลดกระแสเหยียดเชื้อชาติสีผิวที่แบ่งแยกเราเพื่อประโยชน์คนข้างบน

ผมนึกถึงคำเขียนของตรอทสกีเกี่ยวกับขบวนการฟาสซิสต์ในยุค 1930 ตรอทสกี้เขียนว่า “ชนชั้นกลางที่ก้มหัวต่อนายทุนใหญ่หวังจะกู้ศักดิ์ศรีทางสังคมด้วยการปรามชนชั้นกรรมาชีพและคนจน… พวกนี้มอมเมาตนเองในนิยายเกี่ยวกับความเลิศของเชื้อชาติตนเอง” ขณะนี้พลเมืองไทยไม่น้อย ก้มหัวให้อำมาตย์ ขยันใช้คำว่า “ท่าน” หรือศัพท์พิเศษอื่นๆ ในขณะที่เหยียดหยามคนที่ตัวเองมองว่าเป็น “คนต่าง” เพราะมอมเมากับนิยายความเลิศของ “ความเป็นไทย”

นี่คือแอกสำคัญทางความคิดที่เราต้องปลดออก ถ้าเราจะปลดแอกสังคมไทยจากเผด็จการ มาร์คซ์ เคยเขียนว่าตราบใดที่กรรมาชีพอังกฤษยังดูถูกคนไอริช กรรมาชีพอังกฤษไม่มีวันปลดแอกตนเอง ในไทยก็เช่นกัน ตราบใดที่คนไทยยังเหยียดเชื้อชาติอื่น คนไทยจะเป็นทาสต่อไป และเราจะไม่มีประชาธิปไตยและสังคมที่เป็นธรรม

Advertisements