ปาตานี: ถ้าคุยสันติภาพภายใต้เผด็จการจะไม่มีวันสำเร็จ

ใจ อึ๊งภากรณ์

การคุย “สันติภาพ” ระหว่าง พูโล บีอาร์เอ็น กับทหารไทย ไม่มีวันแก้ปัญหาได้ เพราะปัญหาปาตานีเป็นปัญหาประชาธิปไตย และประเทศไทยตกอยู่ในความืดของเผด็จการ

สิทธิเสรีภาพที่จะเลือกรัฐบาลของตนเอง และที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง เป็นหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย ยิ่งกว่านั้นการแลกเปลี่ยนถกเถียงเรื่องทางออกในอนาคต ต้องอาศัยสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการแสดงออก ซึ่งในกรณีปาตานีต้องรวมถึงสิทธิเสรีภาพที่จะเสนอให้แยกประเทศก็ได้ หรือเลือกผู้แทนทางการเมืองและประมุขของตนเองด้วย

แต่เผด็จการประยุทธ์ทำลายประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ และกำลังออกแบบระบบเผด็จการถาวรใหม่ท่ามกลางการปฏิกูลการเมือง

ในช่วงนี้ชาวสก็อตแลนด์กำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่าอยากจะแยกประเทศหรือไม่ และในวันที่ 18 เดือนนี้จะมีการลงประชามติโดยประชาชน นี่คือตัวอย่างของการแก้ปัญหาด้วยประชาธิปไตย

ถ้าฝ่ายที่ต้องการแยกประเทศสก็อตแลนด์แพ้ประชามติ เขาจะต้องคุยกันต่อว่าจะอยู่กันอย่างไร และคงมีการเรียกร้องให้กระจายอำนาจเพิ่มขึ้น ถ้าฝ่ายที่ต้องการแยกประเทศชนะ เขาจะตั้งทีมไปเจรจารายละเอียดกับรัฐบาลอังกฤษ และผมรับรองได้เลยว่าในการเจรจาดังกล่าวจะไม่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ในกรณีรัฐไทยมีการให้ทหารนำการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์หรือเผด็จการประยุทธ์ แต่ในระบบประชาธิปไตยทหารไม่ควรเสือกการเมืองแบบนี้

ทหารไทยคือปัญหาหลักและอุปสรรคร้ายแรงต่อสันติภาพในปาตานี เพราะทหารไทยมีผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจจากสงครามนี้ เช่นในปัจจุบันรัฐไทยทุ่มงบประมาณลงไปมากกว่า 160 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือทหาร  อย่างไรก็ตามเราต้องเข้าใจว่าประเด็นการปกป้องงบประมาณของทหารนี้เป็นประเด็นรอง

กองทัพไทยต้องการแทรกแซงการเมืองและสังคมไทยตลอดเวลา แต่การแทรกแซงการเมืองนี้ของทหาร ขัดต่อหลักพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ประชาชนไทยชื่นชมมานาน ดังนั้นทหารไทยต้องสร้างและแสวงหาความชอบธรรมจอมปลอม ด้วยการอ้างว่าเป็นหน่วยงานหลักในการปกป้องไม่ให้รัฐไทยถูกแบ่งแยก รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับยกเว้นรัฐธรรมนูญหลังการปฏิวัติ 2475 จะเน้นว่าประเทศไทย “แบ่งแยกไม่ได้” นี่คือความคิดที่ทหารยึดมั่นไว้และเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาปาตานี

ดังนั้นเราคงสรุปได้ว่ากองทัพไทยต้องการ “สร้างสันติภาพ” ผ่านการเจรจาให้ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐยอมปลดอาวุธเท่านั้น ในขณะเดียวกันทหารยังคงรักษาสิทธิ์ที่จะใช้ความรุนแรงต่อ อาจมีการเสนออะไรเล็กๆ น้อยเพื่อให้บางคนพอใจ เช่นบทบาทของภาษายะวีเป็นต้น ซึ่งมาตรการแบบนี้ไม่มีวันแก้ปัญหาได้ในระยะยาว มีแต่จะทำให้ปัญหาลามต่อไปอย่างเรื้อรังเท่านั้น

ถ้าเราพิจารณาฝ่ายที่ต่อต้านรัฐไทย เราก็ต้องตั้งคำถามในเชิงประชาธิปไตยเช่นกัน แต่มันไม่ใช่ความผิดของ พูโล หรือ บีอาร์เอ็น มันเป็นความผิดของรัฐไทย เพราะทุกวันนี้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถเลือกผู้แทนของแนวคิดตนเองอย่างเสรี เช่นไม่สามารถเลือกพรรคการเมืองที่เสนอให้แบ่งแยกประเทศเป็นต้น ผู้ที่ไปเจรจากับฝ่ายรัฐไทยจึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นผู้แทนของประชาชนในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน และแน่นอนประชาชนในพื้นที่จะมีความเห็นหลากหลาย บางคนอาจยังอยากอยู่กับรัฐไทย บางคนอาจต้องการเขตปกครองพิเศษ บางคนอาจอยากแยกดินแดน หลายคนอาจไม่อยากใช้ชีวิตภายใต้รัฐบาลที่เน้นอิสลาม บางคนอาจต้องการรัฐบาลที่เคร่งครัดศาสนาอิสลาม ฯลฯ ถ้าความเห็นหลากหลายดังกล่าวไม่สามารถถูกแสดงออกอย่างเสรี ปาตานีจะไม่มีวันสงบสุข

ถ้าจะสร้างสันติภาพในปาตานี ต้องมีการดึงทหารออกจากพื้นที่ และดึงทหารออกจากบทบาทในการเจรจา ต้องมีการล้มหรือยกเลิกเผด็จการทั่วประเทศ ทุกคนต้องมีเสรีภาพที่จะเสนอแนวคิดของตนเองโดยไม่มีเงื่อนไขว่าห้ามแบ่งแยกประเทศ และต้องมีการสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชน โดยการลงโทษอาชญากรที่ฆ่าประชาชน หรือที่ทรมานผู้ที่ติดคุกในปาตานี

Advertisements