พวกเสรีนิยมกลไกตลาดต้องการขยายเวลาขูดรีดเรา

เรื่องอายุเกษียณ และสวัสดิการสำหรับคนชรา เป็นเรื่องที่นักสหภาพแรงงานไทยควรจะเข้าใจอย่างละเอียด เพื่อโต้นักวิชาการฝ่ายทุน เช่นพวกคลั่งกลไกตลาดใน “ทีดีอาร์ไอ”

ทุกวันนี้นักวิชาการและนักการเมืองเสรีนิยมกลไกตลาด กำลังเสนอว่าคนชราในสังคม “เป็นภาระ” เพราะดันทะลึ่งไปมีสุขภาพดีและอายุยืนนานกว่าสมัยก่อน ความคิดนี้นอกจากจะไม่ระลึกถึงบุญคุณที่เราควรจะมีต่อคนทำงานรุ่นก่อนแล้ว ยังเป็นการโกหกด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ นักวิชาการคลั่งเสรีนิยมกลไกตลาด จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอว่าไทยต้อง “รับมือกับสังคมสูงอายุ” เพราะ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศจะเป็นผู้สูงอายุภายในปี 2573

ตัวเลขของ “ทีดีอาร์ไอ” ถูกเสนอแบบกลับหัวกลับหาง เพราะในความเป็นจริง พอถึงปี พ.ศ. 2573 ในประเทศไทยจะมีคนในวัยทำงาน 3 คนต่อคนชรา 1 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่น่ากลัวเลย ถ้าพิจารณาการพัฒนาเท็คโนโลจีและประสิทธิภาพการผลิต คนในวัยทำงาน 3 คนสามารถสร้างมูลค่าเพื่อดูแลคนเกษียณ 1 คนได้ง่ายมาก แต่สื่อกระแสหลัก รวมถึง “ประชาไท” ไม่เคยตรวจสอบและวิจารณ์อคติของนักวิชาการเหล่านี้เลย

ยิ่งกว่านั้น ถ้าพวกนักวิชาการกลัวว่าไทยจะขาดแรงงานในวัยทำงาน มันมีวิธีแก้ไขที่ง่ายมากคือเปิดประเทศและต้อนรับแรงงานจากเพื่อนบ้านเข้ามา และรับเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานด้วย เพราะเขาจะสร้างมูลค่าและจ่ายภาษีเหมือนแรงงานไทย แต่พวกเสรีนิยมและพวกที่เลียเผด็จการทหาร ต้องการกีดกันคนจากประเทศเพื่อนบ้านเสมอ

สิ่งที่พวกนักวิชาการฝ่ายทุนใน “ทีดีอาร์ไอ” กลัวคือ กลุ่มทุนใหญ่และรัฐบาลจะต้องคืนส่วนแบ่งของมูลค่าในสังคมให้กับคนเกษียณมากขึ้น คือกลุ่มทุนอาจต้องลดกำไรไปบ้าง และรัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณดูแลคนชราจากการเก็บภาษี

กำไรของกลุ่มทุนทุกบาท และภาษีที่รัฐเก็บนั้น ทั้งหมดเป็นมูลค่าที่คนทำงานสร้างขึ้นแต่แรก มันไม่ใช่สิ่งที่นายทุน เศรษฐี หรือรัฐบาลสร้างแต่อย่างใด

นักสังคมนิยมอย่าง คาร์ล มาร์คซ์ และแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักอย่าง เดวิด ริคาร์โด ค้นพบมานานแล้วว่ามูลค่าทั้งปวงในสังคมมนุษญย์มาจากการทำงานของกรรมาชีพ แต่นายทุน เจ้าของที่ดิน และรัฐบาล ยึดส่วนเกินไปเป็น กำไร ค่าเช่า และภาษี

เงินบำเหน็จบำนาญของคนชรา เป็นเงินที่พวกเราสร้างขึ้นมาจากการทำงาน มันเป็นการออมค่าจ้างของเรา มันเป็นของเราและไม่มีใครอื่นให้เรา

แต่ทั่วโลกพวกคลั่งกลไกตลาดเสรีอย่าง “ทีดีอาร์ไอ” กำลังเสนอว่าบำเหน็จบำนาญของคนชรา “แพงเกินไป” ในยุโรปความเชื่อนี้นำไปสู่การยืดเวลาทำงาน มีการพยายามขยายอายุเกษียนถึง 65 หรือ 67 และมีการกดระดับสวัสดิการอีกด้วย มันเป็นการทำลายคุณภาพชีวิตประชาชน

การบังคับให้เราต้องทำงานนานขึ้นก่อนการเกษียณ หรือการขยายชั่วโมงการทำงานทุกสัปดาห์ เป็นการเพิ่มเวลาเพื่อขูดรีดเราในขณะที่เราทำงาน เพื่อให้นายทุนกอบโกยกำไรเพิ่ม แต่ไม่มีการเพิ่มอัตราค่าจ้างแต่อย่างใด

ในประเทศไทยนอกจากจะมีทรัพย์สินมหาศาลกระจุกอยู่ในมือคนไม่กี่ตระกูลแล้ว ยังมีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยสำหรับงบทหารและงบพิธีกรรมต่างๆ และพร้อมกันนั้นคนรวยเกือบจะไม่จ่ายภาษีเลยเมื่อเทียบกับรายได้

ข้อมูลที่พวกเสรีนิยมนำมาใช้เพื่อสนับสนุนความเชื่อเท็จนี้ คือสัดส่วนระหว่างคนทำงานกับคนชราที่ลดลง แต่สิ่งที่พวกเสรีนิยมไม่เคยอยากพิจารณาคือในขณะที่สัดส่วนคนทำงานลดลง ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าใน 50ปีข้างหน้าคนทำงานจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยเฉลี่ยสองเท่า ซึ่งแปลว่าคนทำงานสามารถเลี้ยงดูคนชราได้มากขึ้นสองเท่า นอกจากนี้ในทุกประเทศการชะลอของอัตราเกิดที่ทำให้สัดส่วนคนชราเพิ่มขึ้นเป็นปรากฏการณ์ชั่วคราว เพราะในที่สุดสัดส่วนนั้นจะคงที่และไม่เปลี่ยนอีก

“วิกฤตของกองทุนบำเหน็จบำนาญ” ที่นักการเมืองและนักวิชาการเสรีนิยมพูดถึง ไม่ได้มาจากการที่มีคนชรามากเกินไปแต่อย่างใด แต่มาจากการที่รัฐบาลและกลุ่มทุนลดงบประมาณที่ควรใช้ในการสนับสนุนกองทุนดังกล่าว และรัฐบาลไม่ยอมเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ

ประเด็นเรื่องคนชราเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับการแบ่งมูลค่าในสังคมที่คนทำงานสร้างขึ้นมาแต่แรก และแนวคิดเสรีนิยมต้องการจะรุกสู้เพื่อให้ฝ่ายนายทุนได้ส่วนแบ่งมากขึ้นจากคนทำงาน นี่คือสิ่งที่เราต้องเข้าใจ

Advertisements