องค์กร TDRI คลั่งตลาดเสรี เพื่อปกป้องสลิ่มกับอำมาตย์

ใจ อึ๊งภากรณ์

“สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย” หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) ออกมาแสดงความเห็นเป็นประจำเรื่องเศรษฐกิจไทย แต่ทุกคำที่ออกมาจากปากนักวิจัยขององค์กรนี้ ล้วนแต่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายคลั่งตลาดเสรี เสมือนของเสียที่ไหลออกมาจากท่อน้ำเน่าอย่างต่อเนื่อง

water-pollution-pipe

ก่อนหน้านี้ TDRI เคยออกมาด่าโครงการจำนำข้าว การปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นโยบายสาธารณะสุขฟรี  ระบบรัฐสวัสดิการ และการใช้งบประมาณรัฐในการช่วยเหลือประชาชน ในขณะเดียวกันก็เสนอให้เก็บภาษีจากคนจนมากขึ้นในรูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แทนที่จะเก็บภาษีในอัตราสูงจากคนรวย และมีการเสนอให้ขายรัฐวิสาหกิจต่างๆ ให้เอกชนด้วย

ล่าสุด TDRI ประกาศว่าประเทศไทย “ต้อง” พัฒนาโดยเน้นให้รัฐแทรกแซงเศรษฐกิจให้น้อยที่สุด และบริการประชาชนให้น้อยที่สุด เพื่อทำหน้าที่แค่อำนวยความสะดวกให้กับบริษัทเอกชนและกลุ่มทุน พูดง่ายๆ TDRI มองไม่เห็นความสำคัญของประชาชน และมองไม่เห็นว่ามูลค่าที่กลุ่มทุนไทยสะสมมานาน มาจากการทำงานของประชาชนทั้งนั้น

เวลา TDRI อ้างว่า “ไม่มีอะไรดีกว่ากลไกตลาดเสรี” เขาจำเป็นต้องปิดหูปิดตาถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งทั่วโลกยังไม่มีการฟื้นตัวเลย วิกฤตนี้มาจากข้อบกพร่องในตัวมันเองของกลไกตลาดเสรีและการแข่งขัน ซึ่งนำไปสู่การลดลงของอัตรากำไร การลดลงของการลงทุน ปรากฏการณ์ฟองสบู่ และในที่สุดทำให้มีการตกงานและลดมาตรฐานการจ้างงานทั่วโลกตะวันตก วิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ของไทยที่เกิดก่อนหน้านั้น ก็เกิดจากสาเหตุเดียวกัน

TDRI จึงเหมือนหมอเถื่อนที่ให้ยาพิษกับคนไข้จนป่วยหนัก แล้วเสนอให้เรากินยาพิษเพิ่ม

หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 รัฐบาลจีนใช้รัฐและการลงทุนของรัฐเพื่อพยุงเศรษฐกิจไว้ ซึ่งมีผลในการชะลอวิกฤตบ้าง และช่วยประเทศที่อาศัยการส่งออกไปจีน รัฐบาลสหรัฐก็ใช้งบประมาณรัฐในการ “พิมพ์เงินเพิ่ม” เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลทั่วโลกต้องใช้ภาครัฐในการกู้ระบบธนาคารที่ล้มเหลวจากระบบตลาด ดังนั้นการมองโดย TDRI ว่า “ภาคเอกชนและกลไกตลาดเสรีมีประสิทธิภาพมากกว่าภาครัฐ” เป็นการเพ้อฝันที่ไม่มีหลักฐานรองรับเลย

ทุกวันนี้เศรษฐกิจโลกกำลังหดตัวลงมากขึ้น เพราะรัฐใหญ่ๆ อย่างจีนและสหรัฐ ตัดสินใจเลิกพยุงเศรษฐกิจ เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็เข้าสู่วิกฤตอีกรอบ

ในโลกแห่งความเป็นจริง ระบบสำคัญๆ ที่ใช้ในการบริการประชาชนส่วนใหญ่ เช่นระบบสาธารณะสุข การศึกษา ระบบรถไฟ และการดูแลคนชรา มักมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเป็นของรัฐ ระบบสาธารณะสุขเอกชนของสหรัฐอเมริกาเปลืองงบประมาณมากกว่าสองเท่าของระบบรัฐในอังกฤษหรือในประเทศอื่นของยุโรป และที่สำคัญคือการนำกลไกตลาดเข้ามาบริการประชาชน จะไม่สามาระบริการคนจนจำนวนมากได้ เพราะตลาดมองเห็นแต่เงิน มองไม่เห็น ”คน” และพร้อมกันนั้นมีการสิ้นเปลืองทรัพยากรมากมายในการคิดบัญชี แทนที่จะเน้นการบริการผู้ที่มีความต้องการแท้ในสังคม นี่คือสาเหตุที่คนจนจำนวนมากในสหรัฐมีระบบสาธารณะสุขที่มีคุณภาพต่ำกว่าประเทศยากจน

ในยุคนี้ หลังจากที่รัฐบาลทั่วโลกใช้นโยบายกลไกตลาดเสรีมาหลายทศวรรษ ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ รายได้ของคนทำงานตกต่ำ ในขณะที่คนรวยกอบโกยผลประโยชน์เพิ่มตลอดเวลา

มันน่าสังเกตว่า ในขณะที่องค์กรคลั่งตลาดอย่าง TDRI ต่อต้านการใช้งบประมาณรัฐที่มาจากภาษีและการทำงานของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชน  แต่ TDRI จะเงียบเฉยต่อการใช้งบประมาณรัฐสำหรับกองทัพ หรือสำหรับความสะดวกสบายของคนชั้นสูงหรือแม้แต่พิธีกรรมใหญ่หลวงระดับชาติ มันเป็นสองมาตรฐานที่ชัดเจน

ประเด็นที่เราต้องเข้าใจคือ แนวคิดคลั่งกลไกตลาดเสรีของ TDRI เป็นแนวคิดที่เอื้อประโยชน์ให้กับสลิ่มชนชั้นกลาง กองทัพ พวกอำมาตย์ และกลุ่มทุนใหญ่ มันตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับผลประโยชน์ของพลเมืองผู้ทำงาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และนี่คือสาเหตุที่รัฐบาลเผด็จการทหารตั้งแต่สมัยรัฐประหาร 19 กันยาถึงทุกวันนี้ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ และพวกโจรที่กำลังอ้างว่าจะปฏิรูปประเทศไทย ถึงชื่นชมแนวคิดเศรษฐศาสตร์แบบนี้เสมอ ทังๆที่บางครั้งเขากลัวประชาชนจนต้องป้อนผลประโยชน์ให้เราเล็กๆ น้อยๆ

กลไกตลาดเสรีเป็นระบบเศรษฐกิจที่เพิ่มการกดขี่ขูดรีด และไปได้สวยกับระบบเผด็จการ และ TDRI เป็นปากเสียงให้กับระบบนี้

Advertisements

One thought on “องค์กร TDRI คลั่งตลาดเสรี เพื่อปกป้องสลิ่มกับอำมาตย์”

Comments are closed.