ถ้าเราไม่สร้างพรรคฝ่ายซ้าย เราสร้างเสรีภาพในไทยไม่ได้

ใจ อึ๊งภากรณ์

สถานการณ์ย่ำแย่ของสังคมไทยหลายอย่าง ชี้ให้เห็นว่าเราต้องสร้างพรรคฝ่ายซ้ายหรือพรรคสังคมนิยม… ทำไมเป็นเช่นนั้น? ขอยกตัวอย่างสำคัญมาสามตัวอย่าง

ตัวอย่างที่หนึ่งคือ การที่ขบวนการเสื้อแดง ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา ไปพึ่งพาพรรคการเมืองของนายทุนอย่างทักษิณ โดยแกนนำของเสื้อแดง คือ นปช. ไปรับการนำทางการเมืองจากทักษิณและพรรคพวกในยุคเผด็จการประยุทธ์ ซึ่งส่งผลให้การต่อสู้ของเสื้อแดงยุติลงในวินาทีที่เราต้องการการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการมากที่สุด สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดถ้าเสื้อแดงมีความอิสระจากพรรคนายทุนและมีพรรคของคนชั้นล่างที่นำตนเอง

ตัวอย่างที่สองคือ การที่ผู้กล้าหาญ โดยเฉพาะนักศึกษาและคนหนุ่มสาว ที่ออกมาต้านเผด็จการประยุทธ์ กระจัดกระจาย ไม่มีเครือข่ายหรือพรรคเพื่อประสานงาน ทำให้ความกล้าหาญนั้นมีผลน้อยกว่าที่ควร เพราะลุกขึ้นแสดงจุดยืนพร้อมกันไม่ได้ สมานฉันท์กันยาก และทำให้ผู้กล้าสู้กลัวถูกโดดเดี่ยว

ตัวอย่างที่สามคือ การที่นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย กรรมาชีพคนทำงานที่จัดตั้งในสหภาพแรงงาน และเกษตรกรรายย่อย ขาดการศึกษาทางการเมืองของชนชั้นตนเอง สิ่งเหล่านี้นำไปสู่การที่ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาของแนวคิดเศรษฐศาสตร์กลไกตลาดเสรี และความคิดทางการเมืองแบบเสรีนิยม ที่ฝ่ายนักวิชาการอำมาตย์เสนออย่างต่อเนื่อง การขาดการศึกษาทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์สภาพการเหยียดเชื้อชาติภายในสังคมอย่างแหลมคมได้ โดยเอียงไปทางแนวคิดรักชาติมากกว่า และที่สำคัญมากๆ คือ การขาดการศึกษาทางการเมืองแบบสังคมนิยม ทำให้นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่เข้าใจความสำคัญของพลังกรรมาชีพผู้ทำงานในการเปลี่ยนแปลงสังคม จึงแสวงหาแนวทางอื่นที่ไร้พลังแทน เช่นการต่อสู้เชิงสัญญลักษณ์ การเน้นอินเตอร์เน็ดหรือโซเชียลมีเดีย การพึ่งผู้มีอำนาจ หรือการเพ้อฝันเรื่องการจับอาวุธ

การที่เราไม่มีพรรคฝ่ายซ้ายในไทย ทำให้เราไม่สามารถช่วงชิงการนำทางความคิดในมวลชนเสื้อแดงหรือคนที่รักประชาธิปไตยได้ และนั้นคือสาเหตุที่แนวคิดทักษิณกับ นปช. ผูกขาดในขบวนการได้

ปัญหาการขาดพรรคฝ่ายซ้าย ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของไทย ในยุโรปตะวันตกทุกวันนี้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจเรื้อรัง การที่พรรคการเมืองกระแสหลักทุกพรรค รวมถึงพรรคแรงงานและพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย มีนโยบายเหมือนกันหมด คือตัดสวัสดิการ และกดหัวคนจนและผู้ทำงาน โดยที่สหภาพแรงงานสับสนไม่กล้าออกมาสู้ในระดับที่ควร ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งหมดความหวัง อีกส่วนหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองฟาสซิสต์หรือพรรคที่เหยียดเชื้อชาติ และหลายคนมองว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น” นอกจากการยอมรับกลไกตลาดเสรีที่เอื้อประโยชน์มหาศาลให้นายทุน

แต่ในบางประเทศ เช่นกรีส หรือสเปน เราเริ่มเห็นความหวังระดับหนึ่งจากการสร้างพรรค “ไซรีซา” กับพรรค “โพเดมอส” ที่เป็นพรรคฝ่ายซ้ายที่คัดค้านการตัดสวัสดิการและการกดสภาพการจ้างงาน แม้แต่ในสก๊อตแลนด์มีความหวังชั่วคราวว่าประชามติเรื่องเอกราช อาจเป็นโอกาสในการต้านนโยบายกลไกตลาดของพรรคอนุรักษนิยมอังกฤษ

ในไทยเราควรศึกษาประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอย่างละเอียด เพราะการมีพรรคฝ่ายซ้ายอย่าง พคท. ทำให้การต่อสู้ของคนชั้นล่างกับเผด็จการทหารในยุคนั้นเข้มแข็งกว่าในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่แนวทางการจับอาวุธ และลักษณะเผด็จการภายในพรรคเป็นข้อบกพร่องมหาศาล

พคท. มีแนวทางการเมืองที่ชัดเจน และมีความกระตือรือร้นที่จะขยายการศึกษาการเมืองไปสู่สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคอย่างเป็นระบบ แนวทางการเมืองของ พคท. เป็นแนว “สตาลิน-เหมา” ที่สู้เพื่อปลดแอกสังคมจากจักรวรรดินิยมและสู้เพื่อขั้นตอนประชาธิปไตยทุนนิยม ซึ่งแนวแบบนี้มีจุดอ่อน เพราะจักรวรรดินิยมอเมริกาไม่ใช่ศัตรูหลักของพลเมืองไทย ชนชั้นปกครองไทยต่างหากที่เป็นศัตรูหลัก ในเวียดนามจักรสรรดินิยมอเมริกาที่ก่อสงครามเป็นศัตรูโหดร้ายจริง แต่ในไทยไม่ใช่ นอกจากนี้การที่ พคท. เสนอให้กรรมาชีพและเกษตรกร รอและ “เสียสละ” เพื่อการทำแนวร่วมกับนายทุนก็เป็นปัญหา แต่อย่างน้อยพรรคคอมมิวนิสต์ต่อต้านอำมาตย์อย่างเป็นระบบ พยายามวิเคราะห์สังคมไทยและสังคมโลกจากจุดยืนคนชั้นล่าง และทำกิจกรรมการศึกษาและการสร้างพรรคอย่างต่อเนื่องแบบมืออาชีพ พคท. จึงกลายเป็นพรรคมวลชนของคนชั้นล่างที่ใหญ่ที่สุดที่ไทยเคยมี นอกจากนี้มีการจัดตั้งกรรมาชีพในเมืองและเกษตรกรในชนบท

ถ้าเราเปรียบเทียบสิ่งที่ พคท. เคยทำ กับการศึกษาการเมืองของ นปช. มันนคนละโลกกันเลย นปช. เอาแนวการเมืองของคนชั้นบนแบบเสรีนิยม มาเสนอกับเสื้อแดง ซึ่งไม่ท้าทายชนชั้นปกครองไทยเลย และที่แย่กว่านั้นคือ คนเสื้อแดงและนักเคลื่อนไหวจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาแนวการเมืองเลย ซึ่งเป็นมรดกเลวร้ายจากการล่มสลายของ พคท. และการหันหลังให้กับแนวคิดฝ่ายซ้ายในสังคมไทยตอนนั้น

ทุกวันนี้ในระดับโลก มีการถกเถียงกันในหมู่คนที่ต้องการสร้างพรรคฝ่ายซ้าย ว่าเราควรหรือไม่ควร ที่จะสร้างพรรคที่รวบรวมคนที่เป็นนักปฏิวัติสังคมนิยม กับคนที่เป็นฝ่ายซ้ายประเภท “ปฏิรูป” คือยอมรับทุนนิยม แต่หวังจะทำให้ดีขึ้นน่ารักขึ้น

ทั้งๆ ที่ทุกคนมีจุดยืนร่วมกันว่าฝ่ายซ้ายสองประเภทนี้ต้องร่วมมือกัน และบางครั้งควรสร้างเครือข่ายแนวร่วมเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่นักมาร์คซิสต์มองว่าเราควรสร้างพรรคปฏิวัติสังคมนิยมที่รักษาความอิสระของพรรค ในขณะที่ทำงานแนวร่วมกับคนที่ยังไม่พร้อมจะเป็นมาร์คซิสต์ ทั้งนี้เพราะแนวโน้มในรูปธรรมจากยุโรปคือ ในกรีส พรรคไซรีซา ซึ่งไม่ชัดเจนว่าเป็นพรรคปฏิวัติหรือพรรคปฏิรูป เน้นการชนะการเลือกตั้งมากกว่าการปลุกระดมพลังกรรมาชีพกับมวลชน และในการเน้นการเลือกตั้ง มีการพยายามพิสูจน์ความ “รับผิดชอบ” ของพรรคต่อการรักษาระบบทุนนิยม ซึ่งในที่สุดจะนำไปสู่การยอมรับนโยบายการตัดสวัสดิการและกดค่าแรง ทั้งๆ ที่อาจไม่โหดเท่าพรรคฝ่ายขวา และที่สำคัญคือการชนะเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาจะไม่นำไปสู่การ “คุมอำนาจรัฐ” แต่อย่างใด เพราะอำนาจรัฐอยู่ในมือชนชั้นนายทุนที่ใช้อำนาจนอกระบบ

ในไทยเรายังไม่เริ่มการสร้างพรรคฝ่ายซ้ายเลย แต่เราต้องพัฒนาการศึกษาทางการเมืองของเราเสมอ และไม่ใช่แค่เรื่องไทยๆ ด้วย การจัดกลุ่มศึกษาในหมู่กรรมาชีพสหภาพแรงงานที่เน้นแต่เรื่องปากท้องทุกๆ ปี ก็จะไม่นำไปสู่การพัฒนาความคิดทางการเมืองหรือการสร้างพรรคด้วย และที่สำคัญคือเราต้องขยายการจัดตั้ง คือขยายผู้ปฏิบัติการของ “หน่ออ่อนพรรค” แบบมืออาชีพ ถ้าเราจัดกลุ่มศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่คนที่มาร่วมเป็นหน้าเดิมๆ ตลอดไป เราคงต้องยอมรับว่ามีงานจัดตั้งที่เราต้องทำอีกมาก

Advertisements