น่าเสียดายที่ทักษิณไม่ใช่พวก “ล้มเจ้า”

ใจ อึ๊งภากรณ์

ตามข่าวที่ตำรวจและทหาร เข้าจับกุม นายหัสดิน อุไรไพรวัน ผู้ต้องสงสัยว่าเป็น “บรรพต” ผู้เผยแพร่คลิปเสี่ยงที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิด ม. 112 ปรากฏว่าฝ่ายทำลายประชาธิปไตยกำลังทำงานหนัก เพื่อโยงเรื่องนี้ให้ถึงทักษิณ โดยมีการพูดถึงท่อน้ำเลี้ยงจาก “นายทุนใหญ่”

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวสลิ่มก็โกหกอย่างหน้าด้าน เพื่อป้ายร้าย ศ.ธเนศวร์ เจริญเมือง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าเป็นบรรพต

ฝ่ายทำลายประชาธิปไตยพยายามมานาน ก่อนรัฐประหาร ๑๙ กันยา ที่จะเสนอว่าทักษิณเป็นพวก “ล้มเจ้า” ถึงขนาดที่มีการอ้างว่าทักษิณอยากเป็นประธานาธิบดี

แต่มันเป็นที่น่าเสียดายที่ทักษิณไม่ใช่ “คนล้มเจ้า” แต่อย่างใด

ในความจริงชนชั้นปกครองไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ข้าราชการอนุรักษ์นิยม หรือฝ่ายทักษิณ ก็ล้วนแต่เชิดชูกษัตริย์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหาความชอบธรรมให้ตนเอง

ทักษิณ ยืนยันอยู่ตลอดว่าเขารักและจงรักภักดีต่อ ภูมิพลและเจ้าฟ้าชาย และในอดีตรัฐบาลของเขาก็มีส่วนสำคัญในการรณรงค์ให้คนใส่เสื้อเหลืองทุกวันจันทร์และจัดงานฉลอง 60ปี

ในหมู่ปัญญาชน “แดง” บางส่วน การวิเคราะห์ที่อาศัยกรอบการมองสังคมไทยตาม แนวสตาลิน-เหมา ของ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เสนอว่าไทยเป็น “กึ่งศักดินา” ดังนั้นเขามักจะมองว่าความขัดแย้งที่นำไปสู่รัฐประหารล่าสุด สองรอบ เป็นความขัดแย้งระหว่างนายทุนสมัยใหม่(ทักษิณ) กับระบบ “กึ่งศักดินา” ของกษัตริย์ภูมิพล โดยที่กษัตริย์เป็นผู้นำทางการเมืองที่สำคัญ

มุมมองแบบนี้จะต้องอาศัยข้อสรุปว่าการปฏิวัตินายทุนหรือที่บางคนเรียกว่า “กระฎุมพี” ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จหรือยังไม่สมบูรณ์ในประเทศไทย   มันเป็นมุมมองที่เสนอการปฏิวัตินายทุนและขั้นตอนของประวัติศาสตร์ในลักษณะกลไก และไม่เป็นความจริง

การปฏิวัตินายทุนของไทยทำไปภายใต้การนำของรัชกาลที่ห้า และหลังจากนั้นกษัตริย์ก็แปรตัวเป็นนายทุนใหญ่ ซึ่งเป็นอยู่ทุกวันนี้ และหลังการปฏิวัติ ๒๔๗๕ กษัตริย์ไทย โดยเฉพาะนายภูมิพล ไม่มีอำนาจทางการเมืองเลย ความขี้ขลาดของนายภูมิพลในทุกเรื่อง ก็ยิ่งทำให้เขาถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยทหารอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ระบบทุนนิยม การมีสถาบันกษัตริย์ มีประโยชน์เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการย้ำว่าบางคนเกิดสูง บางคนเกิดต่ำ ความคิดแบบนี้อำนวยความสะดวกในการขูดรีดคนส่วนใหญ่ภายใต้ประชาธิปไตยครึ่งใบของทุนนิยม นี่คือสถานการณ์ในไทยและในยุโรปด้วย

การที่ทักษิณรักเจ้า เกี่ยวข้องกับการที่เขาไม่ยอมนำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะเขาสนใจแต่ที่จะกลับเข้ามาร่วมแบ่งอำนาจกับฝ่ายอำมาตย์และทหาร และไม่ต้องการให้มีการลุกขึ้นสู้เพื่อสร้างประชาธิปไตยหรือสาธารณรัฐ แต่พวกเราฝ่ายประชาธิปไตย จะต้องพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อสร้างรัฐไทยใหม่

Advertisements