ทำอย่างไรถึงจะลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงสงกรานต์?

ใจ อึ๊งภากรณ์

“สงกรานต์” เป็นเทศกาลที่คนไทยสนุกสนานด้วยการสาดน้ำใส่กัน แต่สำหรับเผด็จการทหารและพวกอภิสิทธิ์ชนต้านประชาธิปไตย เขาสาดประชาชนด้วยเลือด

สงกรานต์ปีนี้ครบรอบ 5 ปีของการเริ่มเข่นฆ่าประชาชนเสื้อแดงโดยประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ และสุเทพ พร้อมกันนั้น การละเลยหรือคัดค้านการลงทุนโดยรัฐ ในระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย สะดวก ราคาถูก และปลอดภัย สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ เป็นการรดน้ำดำหัวพลเมืองไทยด้วยเลือดเช่นกัน เพราะช่วงสงกรานต์เป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุบนท้องถนนในระดับที่เราไม่ควรยอมรับ

ประเด็นหลักเรื่องสงกรานต์ปีนี้และปีก่อนๆ คือยอดคนตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะคนจนที่ต้องขับรถมอร์เตอร์ไซค์ แต่ “ไอ้ยุทธ์มือเปื้อนเลือด” คงไม่มีวันมีปัญญาหรือเจตนาที่จะแก้ปัญหานี้แต่อย่างใด เพราะการทำตัวเป็นนักเลง หรือเผด็จการกระจอกสามัญ เพื่อแอ๊คท่า “เข้มงวด” จะไม่แก้ปัญหาตรงจุดเลย

แถมพวกเผด็จการทหาร และพวกล้าหลังทั้งหลาย คงจะเปลืองน้ำลาย และใช้เวลาด่าคนหนุ่มสาวที่เล่นสงกรานต์และถอดเสื้อผ้า ว่าทำตัว “ไม่เหมาะสม” ทั้งๆ ที่พวกนายพลและคนชั้นสูงไม่เคยรู้จักคำว่าศีลธรรมในรูปธรรมความจริง การโชว์ร่างมนุษย์และการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ถ้าไม่มีการบังคับอะไรกัน เป็นสิ่งที่งดงาม ตรงข้ามกับการเข่นฆ่าประชาชนและการกอบโกยผลประโยชน์ของโจรเผด็จการ

สาเหตุหลักที่มีอุบัติเหตุบนท้องถนนมากมายในช่วงสงกรานต์ คือสังคมไทยไม่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เหลือเฟือในการพัฒนาระบบคมนาคมและการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัย มันมีการขาดการลงทุนโดยเฉพาะในระบบรถไฟความเร็วสูงที่ปลอดภัยและบริการประชาชนในราคาถูก

ถนนหนทางของเรา ขาดการบริการรถทัวร์ที่มีมาตรฐานที่ควบคุมอย่างดีโดยรัฐ และขาดการซ่อมถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย

ที่สำคัญคืออภิสิทธิ์ชน สลิ่ม ทาสรับใช้ทหาร และพวกประจบสอพลอ ไม่เคยต้องการให้รัฐลงทุนในเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่จะบริการคนส่วนใหญ่ เราเห็นมาแล้วก่อนหน้านี้เวลาศาลเตี้ยรัฐธรรมนูญเสือกห้ามโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือมีการ “ลงโทษ” ยิ่งลักษณ์เวลาเสนอโครงการจำนำข้าวที่ช่วยเกษตรกร

ฝ่ายที่ครองอำนาจอยู่ตอนนี้เป็นพวกล้าหลังคลั่งกลไกตลาดเสรี มันและพวกนักวิชาการอภิสิทธิ์ชนในสถาบัน TDRI มองว่าการบริการประชาชนควรทำผ่านบริษัทเอกชนที่แสวงกำไรและคิดค่าบริการสูง

แต่ทั่วโลก ระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การบริการคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่คนรวย และการประหยัดพลังงาน ล้วนแต่มาจากการลงทุนโดยรัฐ เพราะการแสวงหากำไรของภาคเอกชนมองข้ามคนส่วนใหญ่และการทำประโยชน์ต่อสังคมเสมอ โครงการร่วมลงทุนกับนายทุนจากจีน ของทหารเผด็จการ เพื่อสร้างทางรถไฟใหม่ จะไม่เน้นบริการประชาชนแต่อย่างใด แต่จะเน้นการระบายสินค้าให้กลุ่มทุนแทน

ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนต้องอาศัยการลงทุนโดยรัฐในระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพและที่คิดค่าเดินทางต่ำเพื่อบริการคนส่วนใหญ่ ต้องอาศัยการลงทุนในถนนและรางรถไฟเพื่อพัฒนาคุณภาพ และนอกจากคนส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์แล้ว เรายังสามารถประหยัดพลังงานและช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อีกด้วย

แต่แค่นั้นไม่พอ ต้องมีการเพิ่มฐานะทางเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่ากรรมาชีพผู้ทำงานต้องกินแต่ “ค่าจ้างขั้นต่ำ” ที่ไม่เคยเพียงพอตลอดชีพ การเพิ่มฐานะทางเศรษฐกิจจะหมายความว่าคนส่วนใหญ่จะสามารถซื้อรถยนต์แทนรถมอร์เตอร์ไซค์ได้มากขึ้น เพราะรถมอร์เตอร์ไซค์อันตรายมาก

แต่แค่นั้นก็ยังไม่พออีก ในสังคมไทย ในขณะที่พวกข้างบนไม่เคยทำงานอย่างจริงจังเลย คนส่วนใหญ่ที่เป็นกรรมาชีพถูกบังคับให้ทำงานนาน วันละหลายชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน โดยเกือบจะไม่มีวันหยุดพักร้อน ในประเทศที่ขบวนการแรงงานเข้มแข็ง เขาจะมีวันพักร้อนปีละ 6 สัปดาห์ ซึ่งถ้านำมาใช้ในไทย จะแปลว่าวันหยุดสงกรานต์ไม่ได้กลายเป็นสามสี่วันแห่งการคลั่งการเดินทาง คลั่งการสนุก และคลั่งการกินเหล้า

สำหรับคนที่สงสัยว่าไทยจะเอาเงินมาจากไหนในการลงทุนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่หรือการเพิ่มฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชน ผมมีคำตอบง่ายๆ คือ ต้องตัดงบประมาณทหารแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งจะช่วยลดบทบาททหารเลวในสังคม และช่วยไม่ให้ทหารนำอุปกรณ์ต่างๆ มาเข่นฆ่าประชาชนอีกด้วย ต้องยกเลิกระบบกษัตริย์ และนำทรัพย์สินมหาศาลของกษัตริย์และราชวงศ์มาเป็นของกลางเพื่อพัฒนาชีวิตคนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ต้องเก็บภาษีจากคนรวยและอภิสิทธิ์ชนชั้นสูงทุกคนโดยไม่มีการยกเว้นใคร ถ้าเขาต้องขายเพชรต้องขายที่ดินก็ต้องขายไป ถ้าอยากหนีไปที่อื่นก็หนีไป และในที่สุดเราจะสร้างงานให้ประชาชนและพัฒนาไทยให้เป็นสังคมอารยะได้

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่รวมตัวกันทางการเมือง อิสระจากทักษิณและเพื่อไทย เราต้องขยันในการจัดตั้งการเมืองของกรรมาชีพ และพัฒนาความเข้มแข็งของสหภาพแรงงาน

Advertisements