ทำไมเราต้องคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญทหารปี58 “งาช้างไม่เคยงอกออกจากปากหมา”

ใจ อึ๊งภากรณ์

โดยรวมแล้วร่างรัฐธรรมนูญ “ฉบับโจรผู้ก่อรัฐประหาร” ฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญล้าหลังที่คลั่งจารีตนิยม คลั่งเจ้า และลดความสำคัญของสิทธิเสรีภาพประชาชน มีการเน้นการปลูกฝังให้พลเมืองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแบบ “ไทยๆ” อันมีกษัตริย์เป็นประมุข คือเน้นการล้างสมองกดดันให้พลเมืองคลานต่ออำมาตย์ ในขณะเดียวกัน การพูดว่าต้องปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตย โดยคนที่ทำลายประชาธิปไตยมาซ้ำแล้วซ้ำอีกก็เป็นความหน้าด้านที่เหลือเชื่อ และแน่นอนรัฐธรรมนูญฉบับโจรอันนี้ก็จบลงด้วยมาตราที่มีวัตถุประสงค์ที่จะฟอกตัวทหารเผด็จการที่เคยล้มล้างประชาธิปไตยตามเคย

ความตอแหลหน้าด้านของผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับโจรอันนี้ เห็นได้ชัดอีกในการพูดถึง “ผู้นำการเมืองที่ดี และระบบผู้แทนที่ดี” ในภาค2 และแน่นอน “คนดี” ย่อมเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อ “ชาติ ศาสนา กษัตริย์” ตามลัทธิฝ่ายขวาจากยุคสงครามเย็น แต่ที่สำคัญคือ “คนดี” ในนิยามของรัฐธรรมนูญโจรฉบับนี้ ย่อมรวมถึงคนที่ฆ่าและสั่งฆ่าประชาชนบริสุทธิ์ที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ เพราะการฆ่าประชาชนไม่ถือว่าเป็นความชั่วแต่อย่างใด

ในการบังคับ “ความดี” ตามนิยามโจรเผด็จการมือเปื้อนเลือดชุดนี้ จะทำโดยสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า “สมมัชาคุณธรรมแห่งชาติ” ขึ้นมาเพื่อควบคุม คัดออก และลงโทษ นักการเมืองที่มองต่างมุมกับทหารและชนชั้นปกครองอนุรักษ์นิยม องค์กรนี้ ซึ่งไม่มีที่มาจากประชาธิปไตยเลย จะมีอำนาจเหนืออำนาจอธิปไตยของพลเมืองไทย มันจะเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกโสโครกทางการเมืองที่จะชี้ถูกชี้ผิดด้วยอำนาจเถื่อน

ในรายละเอียดรัฐธรรมนูญฉบับโจรมีหลายมาตราที่เลวร้ายและขัดต่อประชาธิปไตย

มาตรา 172 ระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจาก สส. คือเป็น “คนนอก” ได้ เรื่องนี้เป็นการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคก่อนที่ประชาชนต้องลุกฮือเสียเลือดเนื้อเพื่อล้มเผด็จการในช่วงพฤษภาคม ๒๕๓๕

หมวดที่เกี่ยวกับการเลือก สส. เข้ารัฐสภา มีความสลับซับซ้อนผิดปกติ ทั้งนี้เพื่อออกแบบระบบเลือกตั้งที่เพิ่มจำนวน สส. บัญชีรายชื่อให้กับพรรคการเมืองเล็กที่มีเสียงข้างน้อยและชนะเขตเลือกตั้งน้อย พร้อมกันนั้นก็จงใจลดจำนวน สส. บัญชีรายชื่อของพรรคที่ชนะในเขตต่างๆ ทั่วประเทศมากที่สุด มันเป็นความพยายามที่จะลดอิทธิพลของพรรคการเมืองอย่างไทยรักไทยหรือเพื่อไทย และทำให้พรรคที่ประชาชนนิยมน้อย มีอิทธิพลมากขึ้นในรัฐสภา มันไม่ใช่ระบบที่จะทำให้รัฐสภาสะท้อนความนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองแต่ละพรรคแต่อย่างใด และมันไม่ใช่ “ระบบเยอรมัน” ตามที่มีการแอบอ้างด้วย

มาตรา 111 ข้อ 15 ระบุว่าผู้ที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง มันชัดเจนว่าข้อนี้มีไว้กีดกันนักการเมืองฝ่ายไทยรักไทยหรือเพื่อไทย โดยไม่แตะนักการเมืองมือเปื้อนเลือด หรือนักการเมืองที่ทำลายการเลือกตั้งและโบกมือให้ทหารทำรัฐประหาร ซึ่งล้วนแต่มาจากพรรคประชาธิปัตย์

ในหมวดเกี่ยวกับวุฒิสภา จะไม่มีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกตามระบบประชาธิปไตยเลย คือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นคนที่ฝ่ายอำมาตย์คัดเลือกมาจังหวัดละ 10 คน เพื่อให้ “ไพร่” มาลงคะแนนเสียงให้ และที่เหลือก็ลากตั้งโดยตรง

มาตรา 30 ระบุว่าสิทธิที่พลเมืองพึงได้รับผ่านการบริการโดยรัฐ เช่นการศึกษา สวัสดิการ ระบบสาธารณะสุข ฯลฯ ซึ่งระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ รัฐสามารถใช้ข้ออ้างว่า “ไม่มีเงินพอ” เพื่อปฏิเสธได้ตามใจชอบ

มาตรา 205 เปิดโอกาสให้พวกศาลเตี้ยและสมุนเผด็จการ เอาผิดกับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ใช้นโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อคนจนได้ เช่นการเอาผิดยิ่งลักษณ์เรื่องโครงการจำนำข้าว

ตอนที่ 4 มีการรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและองค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนเป็นองค์กรเดียวกัน

มีบางคนเข้าใจผิดว่ารัฐธรรมนูญนี้เปิดโอกาสให้พิจารณาลูกสาวกษัตริย์ให้ขึ้นครองได้เป็นครั้งแรก แต่นั้นไม่ใช่ความจริง เพราะรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ก็ระบุไว้เช่นกัน และมันเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งรัชทายาทไว้ล่วงหน้า

แน่นอนเราคงไม่แปลกใจที่รัฐธรรมนูญโจรฉบับนี้พูดเกี่ยวกับกษัตริย์จนน่ารำคาญชวนให้หลับ และแน่นอนมีการ “ห้าม” ไม่ให้ใครแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกกษัตริย์และก่อตั้งระบบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดของฝ่ายรักประชาธิปไตยคือ ในอนาคตเมื่อถึงโอกาสเหมาะ เราต้องลุกฮือล้มเผด็จการทหารและลูกหลานของเผด็จการ พร้อมกับการฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญโจรฉบับนี้

Advertisements