เลือกตั้งอังกฤษ: ประชาชนสก็อตแลนด์เบื่อหน่ายพรรคกระแสหลัก แต่ในอิงแลนด์ขาดพรรคทางเลือกใหม่

ใจ อึ๊งภากรณ์

ผลการเลือกตั้งในอังกฤษที่น่าสนใจที่สุดคือในสก็อตแลนด์ คะแนนเสียงที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของพรรคชาตินิยมสก็อตแลนด์ (SNP) เป็นปรากฏการณ์ใหม่ คะแนนเสียงท่วมท้นนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสชาตินิยมแต่อย่างใด แต่เกิดจากความไม่พอใจของประชาชนสก็อตแลนด์ต่อนโยบายเสรีนิยมกลไกตลาดที่ทำลายชีวิตคนธรรมดา พรรค SNP แปรตัวไปมีจุดยืนตรงกับที่พรรคแรงงานเคยมีในอดีต คือเป็นพรรคที่มีนโยบาย “สังคมนิยมประชาธิปไตย” ที่ปกป้องรัฐสวัสดิการและระบบสาธารณสุข และต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ นี่คือสาเหตุที่พรรค SNP ชนะในเกือบทุกเขต และยึดฐานเสียงเดิมของพรรคแรงงานในสก็อตแลนด์เกือบหมด รวมถึงเมืองกลาสโกซึ่งเป็นจุดรวมกรรมาชีพที่สำคัญ

ถึงแม้ว่าพรรค SNP ไม่ลงสมัครนอกเขตสก็อตแลนด์ แต่คนจำนวนมากในอิงแลนด์ ซึ่งไม่มีสิทธิ์เลือก SNP ก็ยังแสดงความชื่นชม และอยากเห็นพรรคที่มีนโยบายคล้ายๆ กันได้ที่นั่ง แต่ปัญหาคือในอิงแลนด์ขาดพรรคทางเลือกใหม่ที่มีนโยบายสังคมนิยมประชาธิปไตย และใหญ่พอที่จะสร้างความน่าเชื่อถือที่มาจากความเป็นไปได้ว่าจะชนะที่นั่ง

พรรค SNP ประกาศชัดเจนว่าจะลงคะแนนเสียงในสภาเพื่อกีดกันไม่ให้พรรคอนุรักษ์นิยมตั้งรัฐบาล และมีการชวนให้พรรคแรงงานร่วมในจุดยืนนี้ด้วย แต่นโยบายของพรรคแรงงาน ซึ่งแยกไม่ออกจากนโยบายกลไกตลาดเสรีของพรรคอนุรักษ์นิยม ทำให้พรรคแรงงานในอิงแลนด์หมดสภาพที่จะเป็นแรงบันดาลใจและดึงคะแนนเสียงของคนที่อยากปกป้องรัฐสวัสดิการ แนวโน้มคือพรรคอนุรักษ์นิยมอาจตั้งรัฐบาลได้อีกครั้งเพราะได้ที่นั่งส่วนใหญ่ในอิงแลนด์ อิงแลนด์เป็นประเทศที่ใหญ่กว่าสก็อตแลนด์และมี สส. มากกว่าหลายเท่า

ตอนนี้ชัดเจนว่าพรรคอนุรักษ์นิยมตั้งรัฐบาลได้ แต่มันไม่ได้แปลว่าพรรคนี้ครองใจคนส่วนใหญ่แต่อย่างใด ทั้งพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษ์นิยมได้คะแนนนิยมพรรคละประมาณ 33% เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนอังกฤษหนึ่งในสามไม่สนับสนุนทั้งสองพรรค กระแสที่เห็นชัดแต่สร้างผลออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน คือความเบื่อหน่ายกับพรรคกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม พรรคแรงงาน หรือพรรคเสรีนิยมที่เคยร่วมรัฐบาลกับพรรคอนุรักษ์นิยม

พูดง่ายๆ ผลการเลือกตั้งอังกฤษเป็นความพ่ายแพ้ของพรรคแรงงานที่ใช้นโยบายฝ่ายขวา ที่ไม่แตกต่างจากพรรคอนุรักษ์นิยม และเป็นชัยชนะของพรรค SNP ที่มีนโยบายสังคมนิยมประชาธิปไตย ในสภาพเช่นนี้พรรคอนุรักษ์นิยมคงจะสามารถอาศัยช่องโหว่ในอิงแลนด์เพื่อพยายามตั้งรัฐบาล

นโยบายเสรีนิยมกลไกตลาดที่พรรคกระแสหลักร่วมกันสนับสนุน จะเน้นการตัดสวัสดิการ การตัดงบประมาณรัฐ และการทำลายระบบรัฐสวัสดิการด้วยการดึงบริษัทเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่เอาใจกลุ่มทุน โดยให้ประชาชนส่วนใหญ่จ่ายหนี้สาธารณะที่ธนาคารและพวกเล่นหุ้นเคยก่อขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 และนโยบายเสรีนิยมกลไกตลาดนี้มีผลให้เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวช้า คนตกงาน และคนทำงานจนลง

ในขณะที่เศรษฐีนายทุนใหญ่เพิ่มความร่ำรวยมากขึ้นมหาศาล ประชาชนอังกฤษอย่างน้อยหนึ่งล้านคนไม่สามารถเลี้ยงตัวได้ และหลายครอบครัวต้องไปพึ่งศูนย์แจกอาหารฟรีที่อาสาสมัครตั้งขึ้น และในขณะที่รัฐบาลอังกฤษใช้จ่ายเงินในการทำสงครามอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อนเพราะขาดบ้านที่อยู่อาศัยเพราะรัฐบาลไม่ยอมลงทุนในการสร้างบ้าน นอกจากนี้พนักงานจำนวนมากที่ทำงานในภาครัฐ โดยเฉพาะพนักงานเงินเดือนต่ำในโรงพยาบาล จะไม่มีการปรับเงินเดือนขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ คือถูกตัดเงินเดือนนั้นเอง และพนักงานตามเทศบาลต่างๆ ก็ถูกเลิกจ้างจำนวนมากอีกด้วย

ในแง่หนึ่งคะแนนเสียงที่ SNP ได้นั้นเป็นผลพวงของการจัดประชามติเมื่อปีที่แล้วว่าสก็อตแลนด์ควรแยกออกจากอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรหรือไม่ ซึ่งคะแนนของทั้งสองฝ่ายสูสีกันมาก และทั้งๆ ที่เสียงของคนไม่อยากแยกประเทศจะชนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประเด็นหลักในการเลือกแยกประเทศของคนจำนวนมากก็ไม่ใช่แนวคิดชาตินิยม แต่เป็นเรื่องการคัดค้านแนวเสรีนิยมต่างหาก

เราควรเข้าใจว่าพรรค SNP เป็นพรรคที่จะประนีประนอมกับนายทุนเสมอ ไม่ต่างจากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยทั่วไปอื่นๆ ในอดีต นี่คือสาเหตุที่ฝ่ายซ้ายพยายามสร้างขั้วสังคมนิยมที่อิสระจากพรรค SNP และพรรคแรงงาน แต่เนื่องจากฝ่ายซ้ายยังอ่อนแอและในบางที่ไม่ยอมสามัคคีกัน เรายังมีปัญหามาก ในอิงแลนด์คนที่ก้าวหน้าจำนวนมากจึงเลือกลงคะแนนให้พรรคกรีน หรือถ้าอาศัยอยู่ในประเทศเวลส์ก็จะลงคะแนนให้พรรคชาตินิยมเวลส์ PC (Plaid Cymru ) แต่สองพรรคนี้ก็ยังเล็ก

โดยบังเอิญผู้นำของพรรค SNP กรีน และPC เป็นผู้หญิง และคนจำนวนมากมองว่าต่างจากนักการเมืองเดิมๆ ที่น่าเบื่อ โดยที่ผู้นำ SNP มียอดนิยมสูงมาก ภาพที่ประกอบบทความนี้สะท้อนมิตรภาพระหว่างสามสตรี ในขณะที่ผู้นำพรรคแรงงานยืนเงิบอยู่คนเดียว

สถานการณ์การวิกฤตแห่งศรัทธาในพรรคกระแสหลักนี้ ไม่ได้มีแค่ในอังกฤษ เราเห็นในกรีซ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี่ เยอรมัน และในสแกนดิเนเวียอีกด้วย มันเป็นอาการเบื่อหน่ายกับนโยบายของพรรคกระแสหลักที่ไม่ต่างกันและที่เน้นแต่การตัดงบประมาณ การเพิ่มจำนวนคนตกงาน และการทำลายรัฐสวัสดิการเพื่อประโยชน์กลุ่มทุน ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ประชาชนจำนวนมากอาจแสวงหาพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งอาจเป็นฝ่ายซ้าย หรืออาจเป็นฝ่ายขวาสุดขั้วแบบฟาสซิสต์ก็ได้ ในกรณีหลัง ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงในฝรั่งเศส และฟินแลนด์ หรือในบางประเทศของยุโรปตะวันออก กระแสการเหยียดสีผิวและหาแพะรับบาปจะเพิ่มขึ้น มีการต่อต้านคนมุสลิม และต่อต้านคนที่พยายามย้ายถิ่นเข้ามาในยุโรปเพื่อหนีสงครามที่จักรวรรดินิยม ทั้งใหญ่และเล็ก ก่อขึ้นในตะวันออกกลางและส่วนอื่นของโลก นโยบายกีดกันคนย้ายถิ่นหรือผู้ลี้ภัยของสหภาพยุโรป ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมเรือร่มในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพราะผู้ลี้ภัยต้องอาศัยพวกค้ามนุษย์เพื่อพยายามหาช่องเข้ายุโรป

ในกรณีอังกฤษพรรคฝ่ายขวาสุดขั้วที่ได้ประโยชน์คือพรรค “อิสรภาพสำหรับสหราชอาณาจักร” (UKIP) และถึงแม้ว่าพรรคนี้ได้แค่ 1 ที่นั่งเอง แต่การที่พรรคกระแสหลัก รวมถึงพรรคแรงงาน พยายามตามกระแสเหยียดสีผิวและต้านคนย้ายถิ่น เพื่อเอาใจคนที่อาจพิจารณาเลือก UKIP ทำให้บรรยากาศในสังคมอังกฤษเอียงไปทางด้านพวกเหยียดสีผิว มีแต่พรรค SNP กรีน ชาตินิยมเวลส์ และฝ่ายซ้ายที่คัดค้านกระแสนี้

เมื่อพรรคอนุรักษ์นิยมตั้งรัฐบาล มันจะมีแรงกดดันจาก UKIP และฝ่ายขวาของพรรคอนุรักษ์นิยมเอง เพื่อให้มีการจัดประชามติว่าอังกฤษควรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเพิ่มขึ้น เพราะกลุ่มทุนหลายกลุ่มจะไม่เห็นด้วยเนื่องจากได้ประโยชน์ทางธุรกิจจากการที่อังกฤษเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในขณะเดียวกันถ้ามีแนวโน้มว่าอังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป ในสก็อตแลนด์ก็จะมีกระแสเพื่อจัดประชามติแยกประเทศรอบใหม่

ประเด็นสำคัญสำหรับพลเมืองส่วนใหญ่คือเรื่องเศรษฐกิจ การมีงานทำ ระดับเงินเดือน และการปกป้องระบบสาธารณสุขกับรัฐสวัสดิการจากการถูกทำลาย และเรื่องนี้คงแก้ไม่ได้ถ้าอาศัยแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐสภาเท่านั้น มันต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานและประชาชนก้าวหน้านอกรัฐสภาเป็นหลัก

(ปรับปรุุงภายหลังผมการเลือกตั้งออกมาหมดแล้ว)

Advertisements