หนึ่งปีอันธพาลครองเมือง

ใจ อึ๊งภากรณ์

รัฐบาลของ “ไอ้ยุทธ์มือเปื้อนเลือด” คือรัฐบาลอันธพาล ใครไม่เข้าใจตรงนี้ ใครคิดว่าทหารมัน “หวังดี” หรือใครที่คิดว่าพวกโสโครกเหล่านี้จะ “ปฏิรูป” ประเทศไทย เป็นคนโง่เขลาหรือคนที่จงใจไม่เข้าใจประชาธิปไตย

เอ็นจีโอกลุ่มไหน หรือนักวิชาการกลุ่มไหน ที่คลานเข้าไปร่วมในการปฏิกูลการเมืองครั้งใหญ่ของเผด็จการชุดนี้คือศัตรูของฝ่ายประชาธิปไตย เพราะจะมีส่วนร่วมในการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคมืด

กลุ่มการเมืองไหนที่สยบยอมต่อทหาร หรือบอกให้คนเสื้อแดงนิ่งเฉยและรอ เป็นศัตรูของฝ่ายประชาธิปไตยเช่นกัน ตรงนี้เราคงต้องรวมถึงนักการเมืองพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ แกนนำ นปช. และทักษิณด้วย

กลุ่มการเมืองไหน ไม่ว่าจะพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าไปร่วม “ปรองดอง” จอมปลอมกับทหาร แล้วเสนอให้เลื่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้เผด็จการอยู่ต่ออีกสองปี ภายใต้ข้ออ้างเท็จเรื่องการปฏิรูปการเมือง ก็เป็นศัตรูของประชาธิปไตย

จุดยืนของนักประชาธิปไตยต่อ “รัฐธรรมนวยทหารร่างใหม่” กระบวนการปฏิกูลการเมือง และการเลือกตั้งที่ปราศจากหลักการประชาธิปไตย ต้องมีจุดยืนเดียวคือคัดค้านและเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างเดียว เราอาจไม่ชนะในระยะเวลาอันใกล้ แต่จุดยืนอื่นจะนำไปสู่การลดพื้นที่เสรีภาพและอำนาจอธิปไตยของประชาชนในระยะยาว

เผด็จการทหารปัจจุบันพร้อมจะใช้ความรุนแรงโหดร้ายเสมอ เราอย่าลืมว่าประยุทธ์และพรรคพวก รวมถึงแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เห็นชอบกับการยิงตายชาวเสื้อแดงมือเปล่าที่เรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2553 แถมเขายังข่มขู่พยานที่เห็นทหารก่ออาชญากรรมอีกด้วย

อย่าลืมว่าประยุทธ์และพรรคพวกนั่งเฉย อมยิ้มมองดูม็อบสุเทพที่ทำลายการเลือกตั้ง ในปี 57 โดยไม่ทำอะไร แล้วพอได้โอกาสก็ก่อรัฐประหารด้วยข้ออ้างเท็จ

อย่าลืมว่าประยุทธ์และพรรคพวกกำลังออกแบบระบบเผด็จการที่มีการเลือกตั้งปลอม เพื่อสืบทอดอำนาจของพวกมันต่อไปในอนาคต โดยอาศัยองค์กรเถื่อนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่อ้าง “คุณธรรม”

อย่าลืมว่าประยุทธ์และพรรคพวกมองว่าพลเมืองไทยส่วนใหญ่ “โง่” และ “ไม่เข้าใจประชาธิปไตย” คนที่คิดแบบนี้เอาส่วนไหนของร่างกายไปคิด? คนที่คิดแบบนี้จะทำอะไรเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ได้อย่างไร?

อย่าลืมว่าเผด็จการชุดนี้ขยันปราบฝ่ายประชาธิปไตย โดยการเรียกตัวนักเคลื่อนไหวเข้าไปขังและข่มขู่ในค่ายทหารอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกว่านั้นมันพร้อมจะอุ้มนักประชาธิปไตยโดยไม่บอกใคร และที่แย่สุดคือการทรมานทางกายและใจผู้ถูกขังในขณะที่อยู่ในค่ายทหาร แน่นอนคงมีการเรียนวิธีการทรมานผู้ถูกขังจากการปฏิบัติการของทหารไทยในปาตานีและจากความทารุณของรัฐบาลอื่นๆ ทั่วโลก

อย่าลืมว่าไอ้พวกจัญไรที่คุมอำนาจอยู่ตอนนี้ พร้อมจะผลักดันเพื่อนมนุษย์ชาวโรฮิงญาออกไปตายกลางทะเลด้วยหัวใจเย็นชา ทหารบางนายมีส่วนในการค้ามนุษย์ และประยุทธ์กับพรรคพวกพร้อมจะกอดเผด็จการทหารพม่าที่มีส่วนสำคัญในการก่อความรุนแรงกับโรฮงญาแต่แรก

ในสังคมไทยภายใต้อำนาจอันธพาลปัจจุบันไม่มีสิทธิเสรีภาพและความยุติธรรม นักประชาธิปไตยต้องขึ้นศาลทหาร สื่อที่มองต่างมุมกับเผด็จการก็ถูกปิด ทุกสาขาของการบริหารสังคมถูกควบคุมโดยทหาร และการเพิ่มอำนาจของทหารแบบนี้เปิดโอกาสให้มีการโกงกินมากขึ้น

และหลังจากการกระทำทุกอย่างที่โสโครกเลวทรามของแก๊งประยุทธ์ พวกมันก็จะออกมาโกหกอย่างหน้าด้านน่าไม่อาย ประยุทธ์บอกว่ามันเป็น “ทหารหัวใจประชาธิปไตย” โฆษกของมันบอกว่า “ไม่มีการอุ้มหรือทรมานใคร” แม่ทัพภาคที่หนึ่งบอกว่าการใช้ศาลทหารเป็นเรื่อง “ชอบธรรม” เพราะเป็น “ไปตามกฏหมาย” ทั้งๆ ที่กฏหมายที่มันใช้เป็นกฏหมายเถื่อนที่งอกจากกระบอกปืน

พอพวกนี้โกหกเสร็จ พอมันและลูกน้องมันขยันกอบโกยเงินแบบไม่ชอบธรรมคอร์รับชั่น หรือหลังจากที่มันแต่งตั้งญาติพี่น้องให้รับเงินสาธารณะ มันก็พูดเพ้อเจ้อว่ามันเป็น “คนดี” ที่มีศีลธรรม มันหน้าด้านสร้างองค์กรทรามที่อ้าง “คุณธรรม”  ในขณะที่มันไปไหว้อันธพาลห่มผ้าเหลืองที่เป็น “พระฟาสซิสต์” คนที่มีปัญญาคงอดสงสัยไม่ได้ว่าไอ้พวกเผด็จการนี้มันโง่แค่ไหนที่คิดว่าประชาชนจะไปเชื่อมัน

ที่เลวทรามอีกเรื่องคือการใช้และเชิดชูกฏหมายเถื่อน 112 ที่ใช้เป็นเครื่องมือปกป้องเผด็จการ ใครต้านเผด็จการทหารที่ทำความเลวในนามของกษัตริย์ ไม่ว่านายภูมิพลจะเห็นชอบหรือรู้เรื่องหรือไม่ ก็ถูกกล่าวหาว่า “ก่ออาชญากรรมร้าย” เพราะไปวิจารณ์เผด็จการหรือระบอบทหารที่ใช้กษัตริย์เป็นเครื่องมือ สรุปแล้วกฏหมายเถื่อน 112 นี้จะต้องไม่มีอีกต่อไปในประเทศไทยถ้าเราจะมีเสรีภาพ และกองทัพที่แทรกแซงการเมือง ระบบศาลเตี้ย ระบบองค์กรเถื่อนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และระบบกษัตริย์ จะต้องถูกยกเลิกอย่างถอนรากถอนโคนอีกด้วย

แต่อย่าไปหลงคิดว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพจะกลับคืนสู่สังคมไทยโดยอัตโนมัติถ้าเราเพียงแต่รอ มันไม่มีทางเป็นไปได้ไม่ว่าใครจะตายหรือใครจะอยู่ สิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยมาจากการต่อสู้แบบที่มีการจัดตั้งทางการเมืองเพื่อประสานงานในการเตรียมตัว ฝึกฝน ศึกษา และลุกฮือ การนั่งเฉยรอจะไม่มีประโยชน์ เราต้องเริ่มจากการตัดสินใจที่จะสู้กับเผด็จการแบบมีปัญญา ในช่วงที่เราลุกฮือยาก เราต้องสร้างเครือข่าย ต้องสื่อสารกัน ต้องวางแผนและตั้งเป้าหมาย พอฝ่ายตรงข้ามมีจุดอ่อนเมื่อไรเราจะต้องเคลื่อนไหวอย่างมีพลัง ซึ่งแปลว่าต้องข้ามพ้นระดับการเคลื่อนไหวเชิงสัญญลักษณ์แบบปัจเจกและกระจัดกระจาย และต้องข้ามพ้นการบูชาทักษิณกับการรอและหวังว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยกับ นปช. จะนำเราไปสู่ประชาธิปไตย

Advertisements