“พรรค”

 ใจ อึ๊งภากรณ์

ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของกลุ่มเสื้อแดงก้าวหน้า ที่จะช่วงชิงการนำทางการเมืองจากแกนนำ นปช. ที่เดินตามก้นพรรคเพื่อไทยเสมอ ไม่ว่าเพื่อไทยจะหักหลังวีรชนหรือยอมจำนนต่อทหารแค่ไหน เป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมเราต้องสร้างพรรคสังคมนิยมปฏิวัติในประเทศไทย การช่วงชิงการนำในมวลชนย่อมทำไม่ได้ถ้าเรามีแต่กลุ่มเล็กๆ ที่กระจัดกระจาย เราต้องมีการจัดตั้งเพื่อประสานพลังมวลชน

ในขณะที่ฝ่ายต้านประชาธิปไตยตั้งความหวังกับกองทัพเผด็จการและศาลลำเอียง ฝ่ายประชาธิปไตยต้องอาศัยพลังมวลชนเพื่อให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และองค์ประกอบสำคัญของพลังมวลชน นอกจากการชุมนุม คือการนัดหยุดงานของชนชั้นกรรมาชีพ เพราะมูลค่าทั้งปวงและทุกอย่างที่ทำให้เราดำรงชีพได้ในสังคม รวมถึงกำไรของนายทุน มาจากการทำงานของคนธรรมดาทั้งสิ้น ดังนั้นพรรคปฏิวัติต้องมีฐานที่มั่นในองค์กรสหภาพแรงงานของชนชั้นกรรมาชีพ นอกจากนี้ต้องมีฐานสำคัญในกลุ่มเยาวชนนักศึกษาอีกด้วย นี่คือบทเรียนสำคัญจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) และพรรคปฏิวัติอื่นๆ ทั่วโลก แต่เราไม่ควรเน้นการเข้าป่าจับอาวุธแบบ พคท. เราควรจะเน้นพลังมวลชนในเมืองแทน

แล้ว “กรรมาชีพ” คือใคร? กรรมาชีพคือคนทำงาน พนักงานหรือลูกจ้างทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานในโรงงาน ในระบบขนส่ง ในระบบบริการค้าขาย ในสถานที่ศึกษา ในโรงพยาบาล ในรัฐวิสาหกิจ หรือในระบบธนาคาร คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกรรมาชีพ และทั่วโลกรวมถึงไทยด้วย ก็มีการจัดตั้งในรูปแบบสหภาพแรงงานได้ ถ้าไม่โดนกดขี่จากรัฐ

สำหรับนักมาร์คซิสต์อย่าง เลนิน รูปแบบการสร้างพรรคมาจากลักษณะของกรรมาชีพในโลกจริงซึ่งมีลักษณะต่างระดับเสมอ เช่นจะมีบางกลุ่มที่อยากออกมาสู้อย่างดุเดือดเพื่อล้มระบบ ในขณะที่กลุ่มอื่นอยากออกมาสู้แค่เพื่อเรื่องปากท้องเท่านั้น หรือบางกลุ่มอาจไม่อยากสู้เลยและมีความคิดล้าหลังด้วยซ้ำ นักมาร์คซิสต์อย่าง เองเกิลส์ เคยยกตัวอย่างทหารในสนามรบว่า ภายใต้การกดดันของการต่อสู้ ทหารบางหน่วยจะค้นพบวิธีการต่อสู้ที่ก้าวหน้าที่สุด และบทบาทสำคัญของผู้บังคับบัญชาที่ดีคือการนำบทเรียนที่ก้าวหน้าอันนั้นไปเผยแพร่กับทหารทั้งกองทัพ นี่คือที่มาของแนวคิด “กองหน้า” ในการสร้างพรรคปฏิวัติ นอกจากนี้พรรคต้องมีสัดส่วนคนหนุ่มสาวสูง ไม่ใช่เต็มไปด้วยคนแก่ที่อนุรักษ์นิยม ไม่ค่อยกล้าสู้ และคอยพูดถึงแต่ความหลัง

พรรคปฏิวัติไม่ควรมี “ผู้ใหญ่” กับ “ผู้ตาม” ทุกคนที่เป็นสมาชิกควรร่วมถกเถียงและนำเสนอแนวทางการทำงานหรือการวิเคราะห์อย่างเท่าเทียมกัน ในลักษณะแบบนี้ผู้นำในยุคหนึ่งอาจกลายเป็นผู้ตามในยุคต่อไป สลับกันไปอย่างต่อเนื่อง พูดง่ายๆ เราต้องร่วมกันนำ และต้องเปิดโอกาสให้เกิดความคิดใหม่ๆ เสมอ

การที่พรรคปฏิวัติเป็น “กองหน้า” หมายความว่าต้องมีการนำทางความคิด ซึ่งแปลว่าต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับทฤษฏี การศึกษา และการวิเคราะห์สภาพสังคมปัจจุบันที่แหลมคม การวิเคราะห์แบบนี้ต้องอาศัยการถกเถียงภายในพรรคบนพื้นฐานประสบการการต่อสู้ พรรคต้องไม่ท่องคำภีร์ และต้องไม่ปฏิเสธทฤษฏี

อันโตนีโอ กรัมชี่ นักมาร์คซิสต์ชาวอิตาลี่ เคยเตือนว่าพรรคไม่สามารถ “ป้อนความรู้” ใส่สมองกรรมาชีพได้ แต่พรรคต้องเสนอประสบการณ์จากอดีตกับคนที่กำลังเปิดกว้างเพื่อแสวงหาทางออก การเปิดกว้างนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเขาอยู่ในสถานการณ์การต่อสู้ ดังนั้นพรรคต้องร่วมสู้เคียงข้างกับมวลชนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้องประจำวัน หรือเรื่องการเมือง เช่นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นต้น

พรรคสังคมนิยมปฏิวัติมีรูปแบบสำคัญดังนี้ (1) พรรคต้องยึดถือผลประโยชน์ชนชั้นกรรมาชีพและคนจนกับผู้ถูกกดขี่ทั้งปวงเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเน้นค่านิยมของชนชั้นปกครอง เช่นเราต้องปฏิเสธเรื่องการรักชาติเป็นต้น (2) พรรคจะต้องมีประชาธิปไตยภายใน ต้องมีโครงสร้างและระเบียบที่ชัดเจนเพื่อให้สมาชิกธรรมดาเป็นผู้ควบคุมพรรค ต้องอาศัยเงินทุนที่มาจากการเก็บค่าสมาชิกเท่านั้น เพื่อไม่ให้ใครควบคุมด้วยอำนาจเงิน (3) ในไทยพรรคควรเน้นการต่อสู้นอกรัฐสภาไปก่อน อาจต้องทำงานใต้ดินหรือกึ่งใต้ดินในระยะแรก และการสร้างฐานมวลชนท่ามกลางการเคลื่อนไหวของมวลชน เป็นวิธีต่อสู้เพื่อเรื่องปากท้องประจำวัน โดยที่ไม่ต้องขึ้นกับเงื่อนไขหรือกติกาของเผด็จการ แต่นั้นไม่ได้แปลว่าเราจะละเลยการเมืองภาพกว้างได้ พรรคที่เน้นการทำงานในกรอบรัฐสภาเป็นหลัก ในไม่ช้าจะเผชิญหน้ากับกฏหมายเลือกตั้งและแรงดึงดูดจากวิธีการแบบรัฐสภา แรงดึงดูดนี้มีผลทำให้ผู้นำเน้นกลไกการหาเสียงและการประนีประนอมทางอุดมารณ์กับการเมืองกระแสหลักเสมอ แต่การล้มเผด็จการ และการสร้างสังคมนิยม ประชาธิปไตยและความเท่าเทียม จะต้องใช้วิธีการปฏิวัติโดยมวลชน บนพื้นฐานการเมืองสังคมนิยมมาร์คซิสต์

การปฏิวัติดังกล่าวจะมีรูปแบบที่มวลชนนัดหยุดงาน ยึดสถานที่ทำงานและท้องถนน ยึดอาวุธจากทหารหรือชักชวนให้ทหารชั้นล่างเปลี่ยนข้าง และเริ่มสร้างขั้วอำนาจใหม่ เพื่อกำจัดขั้วอำนาจของชนชั้นปกครองเก่า

 

Advertisements