จุดยืนนักสังคมนิยมต่อผู้ลี้ภัย

ใจ อึ๊งภากรณ์

ทุกวันนี้เราอยู่ในยุควิกฤตแห่งการลี้ภัย การลี้ภัยไม่ใช่เรื่องง่ายและสบาย ตรงกันข้าม การทิ้งบ้าน ทิ้งเพื่อน ทิ้งอาชีพ เป็นเรื่องใหญ่และสะท้อนความเดือดร้อนอย่างหนักของผู้ที่ต้องจากบ้านเกิดไป วิกฤตทุกวันนี้ในตะวันออกกลาง มีรากฐานต้นกำเนิดมาจากการก่อสงครามของตะวันตก เพราะถ้าไม่มีการโจมตีประเทศอีรักและอัฟกานิสถานโดยสหรัฐและอังกฤษ พร้อมกับพันธมิตรในนาโต้ และไม่มีการจงใจออกแบบระบบที่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนาต่างๆ จนเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในประเทศเหล่านั้น อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ประเทศเหล่านั้นจะไม่อยู่ในสภาพความปั่นป่วนที่เห็นอยู่

องค์กร “ไอซิล” ซึ่งตอนนี้ทำสงครามในอีรักและซิเรีย เป็นองค์กรป่าเถื่อนล้าหลัง แต่มหาอำนาจตะวันตกก็มีประวัติป่าเถื่อนในการทำสงครามและล่าอาณานิคมเช่นกัน และที่สำคัญคือมหาอำนาจตะวันตกมีส่วนในการสร้างสถานการณ์ที่ก่อให้เกิด “ไอซิล” ขึ้นมาแต่แรกในอิรัก เพราะการที่สหรัฐสนับสนุนรัฐบาลของกลุ่ม ชีอะฮ์ ที่กดขี่และปราบปราม กลุ่มซุนนี ทำให้หลายฝ่าย รวมถึงอดีตทหารของรัฐบาล ซัดดัม ฮุสเซน เข้ามาร่วมกับ “ไอซิล” ด้วย การแบ่งแยกเพื่อปกครองโดยตะวันตกนี้กระทำไปเพื่อให้ขบวนการกู้เอกราชที่ต่อต้านตะวันตกอ่อนแอ

การผลักดันให้การลุกฮือของประชาชนในลิบเบียและซิเรีย กลายเป็นสงครามกลางเมืองทางทหาร แทนการลุกฮือของมวลชน มีส่วนสำคัญในการทำลายสภาพสังคมในประเทศเหล่านั้น และมหาอำนาจตะวันตก รัสเซีย จีน กลุ่มประเทศอาหรับในอ่าว และตุรกี มีส่วนในการสร้างภาวะสงครามป่าเถื่อนแบบนี้

ในอัฟริกา การแทรกแซงของตะวันตกเรื่อยมา มีส่วนในการก่อสงครามใน ซุดาน และอีธิโอเปีย และนโยบายเสรีนิยมกลไกตลาดเสรีของรัฐบาลตะวันตก กลุ่มทุนใหญ่ กับไอเอ็มเอฟ เป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ทวีคูณมาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาด้วย ทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขที่สร้างวิกฤตของผู้ลี้ภัยในยุโรปและตะวันออกกลาง

ในพม่า รัฐบาลเผด็จการทหาร ใช้การปลุกปั่นความรังเกียจชาวมุสลิมโรฮิงญา เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และในการกระทำของเผด็จการทหารพม่านี้ นางอองซานซูจีก็มีส่วนในการสนับสนุน นอกจากนี้บรรยากาศการกล่าวหาโจมตีชาวมุสลิมทั่วโลก ที่ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลตะวันตก ก็ช่วยปกปิดความชั่วร้ายของรัฐบาลพม่าด้วย

การที่คนชั้นกลางไทยจับมือกับอำมาตย์ในการล้มประชาธิปไตย ทำให้รัฐบาลไทยกลายเป็นเพื่อนรักของเผด็จการพม่า ซึ่งมีส่วนในการให้ความชอบธรรมกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในพม่า กระแสชาตินิยมสุดขั้วในไทย ซึ่งมีมาในยุคต่างๆ และถูกสนับสนุนโดยฝ่ายทหาร พวกคลั่งเจ้า และคนอย่างอดีตนายกทักษิณ ก็มีส่วนในการชักชวนประชาชนไทยให้รังเกียจคนมุสลิมและใช้วาจาเหยียดสีผิวหรือเชื้อชาติ ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้

การที่สังคมเรามีบรรยากาศเหยียดแรงงานพม่าหรือแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ พร้อมกับการพยายามใช้เพื่อนมนุษย์เหล่านี้เป็นแพะรับบาป เป็นสิ่งที่ถูกปลุกปั่นมาจากกระแสคลั่งชาตินี้เอง และผลในรูปธรรมคือการแบ่งแยกขบวนการแรงงานระหว่าง “คนไทย” กับ “แรงงานต่างด้าว” ซึ่งทำให้ขบวนการแรงงานอ่อนแอ แยกไม่ออกว่าใครเป็นเพื่อน ใครเป็นศัตรู และไร้พลังในการเพิ่มฐานะทางเศรษฐกิจให้กับคนส่วนใหญ่

ความเชื่อว่าการมีลำดับชนชั้นในสังคมไทย เป็น “ธรรมชาติ” และการกราบไหว้หมอบคลานต่อคนข้างบน ทำให้คนไทยจำนวนมาก ไม่สามารถตั้งคำถามกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมหาศาลที่เรามีอยู่ คนจึงชอบพูดว่า “ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศร่ำรวย” เพื่อพยายามหาความชอบธรรมในการกีดกันและไม่ต้อนรับผู้ลี้ภัยโรฮิงญา คนเหล่านี้จะไม่กล้าเสนอว่าจริงๆ แล้ว ถ้าเราตัดงบประมาณทหารและงบประมาณพระราชวังแบบถอนรากถอนโคน และเก็บภาษีก้าวหน้าจากพวกเศรษฐีต่างๆ เราสามารถจะพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของพลเมืองไทย แรงงานจากเพื่อนบ้าน และผู้ลี้ภัยโรฮิงญาพร้อมๆ กันได้

ในยุโรป ซึ่งตอนนี้เป็นเป้าหมายการเดินทางของมนุษย์ที่เกือบจะสิ้นหวังในชีวิต จากซิเรีย อัฟกานิสถาน หรือที่อื่น เราเห็นรัฐบาลต่างๆ พร้อมกับองค์กรของกลุ่มทุนใหญ่ในอียู ผลักดันให้ประชาชนผู้ทำงาน คนยากจน เด็ก หรือคนพิการ ต้องถูกกดลงด้วยการตัดสวัสดิการและการบริการต่างๆ ของรัฐ การที่กระแสหลักช่วยสนับสนุนการกระทำอันเลวร้ายนี้ โดยการอ้างว่าเป็น “มาตรการจำเป็น” ทำให้หลายคนไม่กล้าตั้งคำถามว่า “ทำไมคนธรรมดาต้องมาแบกรับปัญหาเศรษฐกิจที่นายทุนใหญ่สร้างขึ้นมาแต่แรก” และทุกวันนี้กลุ่มทุนและเศรษฐีในยุโรปกำลังเพิ่มความร่ำรวยกับตนเอง ในขณะที่พลเมืองธรรมดาจนลง

แน่นอนพวกพรรคการเมืองฟาสซิสต์ขวาจัดในยุโรป จะฉวยโอกาสมองว่าผู้ลี้ภัยหรือคนผิวดำกับคนมุสลิมเป็น “ปัญหา” และพรรคการเมืองกระแสหลักก็ยินดีคล้อยตาม เพราะมันเบี่ยงเบนประเด็นจากความเหลื่อมล้ำมหาศาลในสังคมยุโรป

11221761_951593058239474_2715486491516648489_n

นักสังคมนิยม ไม่ว่าจะในไทยหรือในประเทศอื่นของโลก ยึดถือผลประโยชน์ของกรรมาชีพคนทำงาน และคนส่วนใหญ่ที่ยากจนเป็นหลัก เราจะไม่คล้อยตามกระแสชาตินิยมที่เป็นเชื้อโรคซึ่งนำไปสู่ความตาบอดที่ทำให้เราหมอบคลานต่อเบื้องบน เราจะมีจุดยืนสมานฉันท์ประชาชนชั้นล่างโดยไม่เลือกปฏิบัติตามเชื้อชาติ สีผิวหรือศาสนา และเราจะประกาศเสมอว่าควรเปิดประเทศรับผู้ลี้ภัยและคนจนอื่นๆ ที่อยากย้ายบ้านเข้ามาเพื่อเลี้ยงชีพตนเอง เราจะเข้าใจดีว่าทรัพยากรของสังคมเราที่ดูเหมือนมีจำกัด ไม่ได้มีจำกัดแต่อย่างใด แต่มันไปกระจุกอยู่ในมือของคนที่กดขี่ขูดรีดพวกเราต่างหาก และเราจะเข้าใจว่าผู้ลี้ภัย หรือแรงงานข้ามชาติ จะเป็นมิตรที่ดีของเรา ที่ร่วมกับเราในการทำงานสร้างและพัฒนาสังคมในอนาคต

Advertisements