ปัญหารอบใหม่ของตลาดหุ้นจีนบ่งบอกถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ใจ อึ๊งภากรณ์

ราคาหุ้นในตลาดหุ้นทุนนิยมจีนดิ่งลงจนรัฐบาลต้องแช่แข็งการซื้อขายหุ้นและสัญญาว่าจะแทรกแซงตลาด แต่ปรากฏการณ์ล่าสุดเป็นเพียงอาการของปัญหาเศรษฐกิจจีน ซึ่งสะท้อนวิกฤตระยะยาวของทุนนิยมโลก และแน่นอนมันจะมีผลกระทบกับประเทศไทย

สิ่งที่เราเห็นในตลาดหุ้นจีนคือ ผู้บริหารบริษัทขนาดใหญ่ขาดความมั่นใจในบริษัทตนเองจนรีบระบายหุ้นขายในตลาด ถ้าพวกนี้ขาดความเชื่อมั่นในบริษัทตนเองใครเล่าจะมั่นใจ? ในขณะเดียวกันตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนก็ลดลงในอัตราที่ไม่เคยเห็นในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา

ทุกประเทศเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมโลก และปัญหาของจีนมีผลจากปัญหาในประเทศอื่นที่ลดการซื้อสินค้าจากจีน และส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจประเทศอื่นที่ขายวัตถุดิบและชิ้นส่วนการผลิตให้จีนอีกด้วย ระดับการค้าในตลาดโลกอยู่ในสภาพคาราคาซัง ดังนั้นอย่าไปหวังเลยว่าเศรษฐกิจไทยจะดีในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการผลิตภาคอุตสาหกรรมหรือชิ้นส่วนเพื่อส่งออก หรือการผลิตวัตถุดิบแบบยางพารา ก็จะมีปัญหาทั้งสิ้น

ในไทยเราเคยผ่านวิกฤตครั้งก่อนในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง วิธีที่รัฐบาลทักษิณจัดการกับปัญหาคือการพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มกำลังซื้อของพลเมือง ด้วยวิธีการที่พวกอนุรักษ์นิยมคลั่งตลาดด่าว่าเป็น “ประชานิยม” และ “ขาดวินัยทางการคลัง” แต่รัฐบาลเผด็จการทหารคงไม่มีปัญญาที่จะกลับรำในนโยบายเศรษฐกิจ การกดอัตราค่าแรง การวิจารณ์โครงการจำนำข้าว และการเรียกร้องให้คนจนจ่ายค่าบริการสาธารณสุข เป็นแค่ตัวอย่างวิธีคิดของพวกคลั่งตลาดในรัฐบาลทหาร

อย่างไรก็ตามวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในอดีตแก้ไขง่ายกว่าวิกฤตปัจจุบัน เพราะตอนนั้นมันมีผลกระทบระยะสั้นแค่ในเอเชียและรัสเซีย ตอนนี้ปัญหาเศรษฐกิจมันระบาดไปทั่วโลก และประเทศหนึ่งฟื้นตัวผ่านการอาศัยเศรษฐกิจประเทศอื่นไม่ได้ ดังนั้นแม้แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในก็อาจไม่พอ นั้นคือปัญหาของระบบทุนนิยมที่อิงการแสวงหากำไร

นักเศรษฐศาสตร์มาร์คซิสต์ชื่อ ไมเคิล โรเบิรตส์ อธิบายมานานแล้วว่าโลกเราอยู่ในช่วงวิกฤตระยะยาวมาตั้งแต่ปี 2008 ทั้งๆ ที่มีการฟื้นตัวชั่วคราวของเศรษฐกิจในบางประเทศ (ดูบทความ “วิกฤตเศรษฐกิจโลกระยะยาว” ในบล็อกเลี้ยวซ้าย http://bit.ly/1mCmg2f )

ไมเคิล โรเบิรตส์ อธิบายว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักขององค์กรระหว่างประเทศพยายามฝันว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นขึ้น แต่ทุกปีก็ถูกพิสูจน์ว่าเป็นการฝันแบบลมๆ แล้งๆ เพราะต้นเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจระยะยาวของโลก มาจากการที่อัตรากำไรลดลงและยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นผลให้กลุ่มทุนใหญ่ชะลอการลงทุน ทั้งหมดนี้อธิบายผ่าน “ทฤษฏีแนวโน้มการลดลงของอัตรากำไร” และ “ทฤษฏีมูลค่าแรงงาน” ที่ชาวมาร์คซิสต์ใช้มานานแต่ถูกปฏิเสธโดยนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก (ดู https://thenextrecession.wordpress.com/ )

อย่ามาอ้างกันเลยครับว่าเราต้องยอมรับทุนนิยมและสังคมนิยมแก้ไขปัญหาโลกไม่ได้

Advertisements