การเพิ่มบทบาทบริษัทเอกชนในการทำสงคราม

เรียบเรียงแปลโดย ใจ อึ๊งภากรณ์

ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษมีการเพิ่มบทบาทบริษัทเอกชนในการทำสงคราม ซึ่งถือว่าเป็นการหมุนนาฬิกากลับสู่คริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อบริษัทเอกชนอย่างบริษัท “อินเดียตะวันออก” ของอังกฤษและฮอลแลนด์ มีกองทัพของตนเองและมีบทบาทสำคัญในการล่าอาณานคม

ในสงครามอ่าวปี 1991 มีทหารของสหรัฐ 541,000 คน กับลูกจ้างของผู้รับเหมาเอกชน 9,200 คน แต่หลังการบุกอิรักในปี 2003 มีการเพิ่มสัดส่วนบุคลากรของบริษัทเอกชนเรื่อยๆ จนในปี 2010 มีทหารสหรัฐ 146,000 คน และลูกจ้างเอกชน 173,000 คน

การส่งเสริมบทบาทเอกชนและการเพิ่มการรับเหมาของบริษัทต่างๆ เกิดขึ้นในสหรัฐและอังกฤษในทศวรรษที่ 80 ตามสูตรนโยบายกลไกตลาดเสรีที่เริ่มนิยมกันในยุคนั้น แต่การขยายการจ้างบริษัทเอกชนในการทำสงครามพึ่งเริ่มมีบทบาทสำคัญเมื่อไม่นานมานี้

รัฐอังกฤษและสหรัฐต้องพึ่งพาบริษัทเอกชนในการบริการกองทัพ เช่นการจัดส่งเสบียง กระสุน และอาวุธ การซ่อมและบำรุงอาวุธและยานพาหนะ และการฝึกฝนกองทัพ จนถือได้ว่าฐานทัพสหรัฐกับอังกฤษจัดตั้งโดยบริษัทเอกชนทั้งสิ้น

แต่พอการยึดครองอิรักและอัฟกานิสถานใช้เวลานานขึ้น มีการจ้าง “ทหารรับจ้าง” มากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อทำการต่อสู้และเพื่อรักษาความปลอดภัยในจุดต่างๆ รวมถึงฐานทัพ คาดว่าในอิรักในช่วงหนึ่งมีทหารรับจ้างมากกว่า 48,000 คน

ผู้บัญชาการทหารที่มีตำแหน่งเป็น “ผู้ว่าราชการอิรัก” ของสหรัฐ เคยมีการ์ดเป็นทหารเอกชน อดีตนายกอังกฤษ โทนี่ บแลร์ เวลาเยือนอิรักก็มีกองกำลังอารักขาจากบริษัทเอกชน การ์ดในคุกโหดร้าย “อาบู กเรบ” ที่ทรมานเชลยศึกอิรักจนเป็นเรื่องอื้อฉาว ส่วนหนึ่งก็เป็นทหารรับจ้างเอกชน และในคุกป่าเถื่อน “กวนตานาโม” การ์ดส่วนหนึ่งก็เป็นทหารรับจ้างเช่นกัน

บริษัทเอกชนมีบทบาทในการฝึกกองทัพและกองตำรวจอิรัก และมีหน้าที่ปกป้อง “โซนสีเขียว” ในเมืองแบกแดดด้วย

บริษัทเหล่านี้มีโอกาสสร้างกำไรมหาศาลจากการทำสงคราม มีบริษัท Kellogg, Brown & Root ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Halliburton บริษัทอื่นๆ มีมากมายเช่น Blackwater, Control Risks, Armor และแต่ละบริษัทมีนักการเมืองจากรัฐบาลบุชและบแลร์เข้าไปมีส่วนตั้งแต่ต้น สส.ระดับสูงของพรรคอนุรักษ์นิยมอังกฤษก็เคยเป็นประธานบริษัททหารรับจ้าง Armor ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบริษัทหนึ่งของ G4S

บริษัท Blackwater เป็นบริษัทที่จัดตั้งโดย Erik Prince ชาวคริสต์ฝ่ายขวาสุดขั้วจากสหรัฐ บริษัทนี้กอบโกยกำไรหลายพันล้านดอลลาร์จากสงครามอิรัก และมีชื่อเสียงอื้อฉาวว่าใช้วิธีป่าเถื่อนเวลาทำงานอารักขาลูกค้า รถยนต์ของพลเรือนอิรักคันไหนเข้าใกล้ก็มีการกราดยิงทันที และบ่อยครั้งก็ขับชนจนตกถนนไป ยิงเสร็จก็ทิ้งศพและคนบาดเจ็บบริสุทธ์ไว้กลางถนน พฤติกรรมแบบนี้ทำให้ประชาชนอิรักเกลียดชังเป็นอย่างมากและมีการโจมตีกองกำลังของ Blackwater

ต่อมาในเดือนกันยายนปี 2007 บริษัทนี้ฆ่าพลเรือนมือเปล่า 17 คน บาดเจ็บ 20 คน ทั้งๆ ที่ประชาชนบริสุทธ์เหล่านี้กำลังยกมือขึ้น เหตุการณ์นี้ทำให้รัฐบาลอิรักที่สหรัฐแต่งตั้ง ต้องประท้วงและขอให้ถอนตัวออกจากประเทศ แต่ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Constellis Holdings และในไม่ช้าก็กลับมาปฏิบัติการในอิรักอีก

ลูกจ้างของบริษัท Aegis จากอังกฤษ ซึ่งมีกนักการเมืองพรรคแรงงานจากยุค โทนี่ บแลร์ เป็นกรรมการบอร์ด มีการถ่ายภาพตนเองขณะที่ “สนุกสนาน” กับการยิงปืนกราดพลเรือนอิรัก

แน่นอนการกระทำความผิดของลูกจ้างหรือทหารรับจ้างของบริษัทเอกชน ไม่เคยถูกตรวจสอบได้จากประชาชนสหรัฐ อังกฤษ หรือพลเมืองโลก ซึ่งต่างจากกรณีของทหารซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ข้อดีสำหรับรัฐบาลอังกฤษกับสหรัฐในการจ้างบริษัทเอกชนคือการลดค่าใช้จ่าย การเพิ่มกำไรให้เพื่อนฝูงพรรคพวก และการที่ทหารรับจ้างเวลาถูกฆ่าตาย ไม่ถูกนับในจำนวนศพทหารที่เสียชีวิตไป ซึ่งเป็นการพยายามปกปิดความล้มเหลวของรัฐบาลตะวันตกจากสายตาประชาชน

ข้อเสีย นอกจากความป่าเถื่อนที่พลเรือนชาวอิรักและอัฟกานิสถานต้องเผชิญ คือบริษัทเหล่านี้ชอบทำสัญญารับเหมาพ่วงต่อๆ ไป ในกรณีอัฟกานิสถาน มีการเหมากองกำลังของพวกขุนศึก ซึ่งจำนวนหนึ่งเป็นพวก “ตาลีบัน” หรือไม่ก็พวกโจรค้ายาเสพติด นอกจากนี้การแสวงหากำไรของบริษัทเอกชนแปลว่ามีการตัดกำลังเจ้าหน้าที่จนลูกจ้างบริษัทเองขาดความปลอดภัย

การนำบริษัทเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำสงคราม ไม่ต่างจากการนำบริษัทเอกชนเข้ามามีบทบาทในการรักษาพยาบาล หรือการบริการสาธารณูปโภค เพราะมันทำลายคุณภาพการบริการ กดค่าแรง สร้างกำไรให้นายทุน และลดพื้นที่ประชาธิปไตยลงในสังคม

[บทความนี้เรียบเรียงและแปลจากบทความของ John Newsinger “The Privatisation of Military Power” ในวารสาร Socialist Review เดือนพฤศจิกายน 2015                                                                  ค้นหาได้ที่:  http://socialistreview.org.uk/407/privatisation-military-power ]

Advertisements