ใครได้ประโยชน์จากความปั่นป่วนในตะวันออกกลาง?

ใจ อึ๊งภากรณ์

ทุกวันนี้เราเห็นสภาพสงครามและความปั่นป่วนทั่วตะวันออกกลาง ประเทศซิเรียกลายเป็นสมรภูมิของการแทรกแซงโดยสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ตุรกี อิหร่าน ซาอุ และรัฐเผด็จการต่างๆ ในอ่าวเปอร์เชียร์ แต่ละประเทศมีข้ออ้างต่างๆ นาๆ ส่วนใหญ่อ้างว่าต่อต้านการก่อการร้ายของไอซิล แต่นั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก เพราะวัตถุประสงค์แท้คือการยืนยัน “สิทธิ” ที่จะกำหนดอนาคตของตะวันออกกลาง อย่างที่ทำกันมาร้อยกว่าปี

อิรักกลายเป็นแหล่งสู้รบระหว่างไอซิลกับรัฐบาลที่มีตะวันตกและอิหร่านหนุนหลัง เยเมนกลายเป็นแหล่งสงครามที่ประเทศซาอุดิอาเรเบียเข้าไปแทรกแซง ลิบเบียแตกเป็นส่วนๆ หลังการทำสงครามล้มกาดาฟี้

ถ้าพิจารณาว่าประเทศภายนอกสนับสนุนข้างใด ในหลากหลายสงครามที่กำลังเกิดขึ้น เราจะเห็นว่าบ่อยครั้ง “ศัตรู” หรือ “คู่แข่ง” จะจับมือกันบ้าง และปะทะกันบ้าง ตัวอย่างเช่น รัสเซีย สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส และอิหร่าน อยู่ข้างเดียวกันในการอ้างว่าต่อต้านไอซิล แต่ขัดแย้งกันเวลาพิจารณาจุดยืนต่อรัฐบาลซิเรียเป็นต้น

ความวุ่นวายแบบนี้เข้าใจได้ ถ้าเราเข้าใจว่า “จักรวรรดินิยม” คือ “ระบบ” มันเป็นระบบการแข่งขันในระดับต่างๆ ระหว่างรัฐที่มีอำนาจแตกต่างกันในเวทีทุนนิยมโลก ดังนั้นจักรวรรดินิยมไม่ใช่แค่ประเทศเดียวหรือสองประเทศอย่างสหรัฐหรือรัสเซีย จักรวรรดินิยมคือการแข่งกัน การฉวยโอกาส และการแทรกแซงในพื้นที่ต่างๆ โดยรัฐต่างๆ ทั้งทางทหารและทางการทูต และทั้งๆ ที่แต่ละรัฐมักจะมีข้ออ้างเพื่อหลอกลวงประชาชนของตนให้ดูเหมือนมีความชอบธรรมกับสิ่งที่ชนชั้นปกครองทำ แต่มันมีต้นเหตุเดียวที่นำไปสู่การแทรกแซงดังกล่าว คือผลประโยชน์ของชนชั้นปกครองและกลุ่มทุน

นักเขียนบางคนอย่าง เนโอมี คไลน์ (Naomi Klein) อาจอ้างว่าสหรัฐจงใจสร้างความปั่นป่วนนี้ขึ้นมา เพื่อเสริมกำไรของกลุ่มทุนที่ผลิตอาวุธ แต่ถ้าเราพิจารณาอุตสาหกรรมอาวุธของสหรัฐจะพบว่ากลุ่มทุนอื่นๆ ของสหรัฐมีความสำคัญมากกว่า และบริษัทผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุด บริษัทโบอิง ติดแค่อันดับ 27 ของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ในความเป็นจริงกลุ่มทุนใหญ่ของสหรัฐสร้างกำไรส่วนใหญ่ในตลาดพลเรือนทั่วโลก แต่บริษัทเหล่านี้อาศัยอำนาจของกองทัพสหรัฐเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในเวทีโลก

แอแลน บาดิว (Alain Badiou) นักคิดคนสำคัญของฝรั่งเศส ชี้ให้เห็นว่าการขึ้นมาขององค์กรไอซิล เป็นผลของการที่สหรัฐและประเทศอื่นๆ มีส่วนในการทำลายโครงสร้างรัฐในประเทศอิรักและซิเรีย ซึ่งก่อให้เกิด “โซน” ของการไร้อำนาจรัฐในบางภูมิภาค และช่องว่างทางอำนาจที่เกิดขึ้นนี้นำไปสู่โอกาสของไอซิลที่จะ “หากิน” ผ่านการใช้อำนาจและการปล้นขโมยทรัพยากร

นักคิดคนอื่นพูดถึงการที่บางส่วนของโลก ถูกกีดกันออกจากระบบหลักของทุนนิยมโลก เพราะประเทศเหล่านี้ไม่มีความสำคัญต่อระบบ ไมเคิล แมน (Michael Mann) เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “จักรวรรดินิยมเขี่ยออก” ที่ไม่ยอมรับประเทศยากจน และทำให้รัฐเหล่านี้เป็นรัฐชายขอบของระบบทุนนิยม

แต่ประเด็นสำคัญคือ การแทรกแซงของสหรัฐและประเทศจักรวรรดินิยมอื่นๆ เป็นการจงใจแทรกแซงตามแผนที่กำนหดไว้เพื่อสร้างผลประโยชน์ หรือเป็นการกระทำเฉพาะหน้า เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือมันเป็นการ “มั่ว” ไปเรื่อยๆ โดยที่ได้ผลในทิศทางที่ไม่ตั้งใจหรือไม่?

ตรงนี้เราจะเริ่มเห็นว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐมีขีดจำกัดมหาศาลในการกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะผลจากการแทรกแซงของสหรัฐและประเทศตะวันตกในตะวันออกกลางกลับท้าทายและสร้างปัญหาให้กับสหรัฐและประเทศตะวันตกเอง สิ่งนี้เกิดขึ้นทั้งๆ ที่ตะวันตกแทรกแซงในตะวันออกกลางเพื่อหวังสร้างเสถียรภาพที่เป็นประโยชน์กับชนชั้นปกครองตะวันตก สิ่งที่เกิดจริงกลายเป็นสิ่งตรงข้าม คือกลายเป็นการฝันร้าย

การบุกอิรักและในที่สุดการแพ้สงครามจนต้องถอนตัวออก ทั้งๆ ที่ล้ม ซะดัม ฮุเซน ได้นั้น นำไปสู่สภาพไร้รัฐที่เป็นโอกาสให้ไอซิล และนำไปสู่การที่สหรัฐต้องหันมาพึ่งและจับมือกับอดีตศัตรูอย่างอิหร่าน การพยายามแทรกแซงการลุกฮือ “อาหรับสปริง” เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการทำลายผลประโยชน์มหาอำนาจ นำไปสู่สภาพสงครามกลางเมืองในซิเรียและลิบเบีย ซึ่งเปิดช่องให้ไอซิลเติบโต และสภาพสงครามในซิเรียทำให้เกิดวิกฤตแห่งการลี้ภัย ซึ่งเริ่มทำลายเสถียรภาพของประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป อย่าลืมว่าสหภาพยุโรปไม่ใช่ส่วนชายขอบของระบบทุนนิยมแต่อย่างใด

ถ้าเรากลับมาพยายามตอบคำถามที่ตั้งขึ้นในหัวข้อบทความนี้ เราจะเห็นว่าไม่มีใครได้ประโยชน์จากความปั่นป่วนในตะวันออกกลางเลย โดยเฉพาะประชาชนธรรมดาที่ต้องล้มตาย อดอยาก และลี้ภัย แต่แม้แต่มหาอำนาจเองก็ไม่ได้ประโยชน์จากสภาพเช่นนี้ที่เกิดมาจากการแทรกแซงของเขาโดยตรง สรุปแล้วในนโยบายระหว่างประเทศของประเทศมหาอำนาจต่างๆ เราจะเห็นการกระทำเฉพาะหน้า หรือการมั่วไปเรื่อยๆ เพื่อหวังสร้างผลประโยชน์ให้ตนเอง โดยไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ระยะยาวได้เลย

[บทความนี้อาศัยข้อมูลจากบทความของ Alex Callinicos “Resisting the long war” http://isj.org.uk/resisting-the-long-war/ ]

Advertisements