ใครจะจัดการกับอาชญากรรัฐ?

ใจ อึ๊งภากรณ์

6 ปีผ่านไปหลังเหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” ที่คนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยถูกทหารฆ่าตายอย่างเลือดเย็นกลางถนนในกรุงเทพฯ และทุกวันนี้สี่อาชญากรรัฐที่มีส่วนร่วมในการสั่งฆ่าประชาชนคือ อภิสิทธิ์ สุเทพ อนุพงษ์ และประยุทธ์ ก็ยังลอยนวลเหมือนเดิม

Murderers

บางคนคิดว่านายภูมิพลมีส่วนในการสั่งฆ่า แต่คงไม่จริง เพราะนายภูมิพลเป็นแค่เครื่องมือของทหารมาตั้งแต่ขึ้นสู่ตำแหน่งกษัตริย์ พร้อมกันนั้นนายภูมิพลใกล้หมดสภาพที่จะคิดอะไรสั่งอะไร อย่างไรก็ตามเราสามารถวิจารณ์นายภูมิพลว่าไม่ทำอะไรเลยเพื่อห้ามความโหดร้ายของทหารแต่อย่างใด ซึ่งหมายความว่าไม่รักประชาชน และไม่ทำตามหน้าที่ประมุขที่ใช้เงินประชาชนเพื่อเสพสุข มันชวนให้ถามว่ามีไว้ทำไมพวกราชวงศ์

อย่าไปหวังเลยว่าเมื่อนายภูมิพลตาย สถานการณ์ทางการเมืองในไทยจะเปลี่ยนภายใต้รัชกาลใหม่ คนต่อไปจะยิ่งอ่อนแอกว่าพ่อและไม่สนใจการเมืองเลย สนใจแต่ความสุขส่วนตัว

แล้วใครจะมาจัดการกับสี่อาชญากรรัฐที่มีบทบาทใน “เมษา-พฤษภาอำมหิต”? ใครจะมาจัดการกับอาชญากรที่สั่งฆ่าประชาชนในปี ๒๕๓๕? ใครจะมาจัดการกับอาชญากรที่สั่งฆ่าประชาชนหน้าธรรมศาสตร์ในเหตุการณ์ ๖ ตุลา (ถ้ายังมีชีวิตอยู่) และเราจะเปลี่ยนวัฒนธรรมของพวกคนเลวที่ลอยนวลเสมอในสังคมไทยได้อย่างไร?

สิ่งที่ชัดเจนคือเราไม่สามารถพึ่งพรรคเพื่อไทย หรือพรรคของฝ่ายทักษิณได้เลย

ในประการแรกทักษิณไม่อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองที่ต้องรับผิดชอบกับอาชญากรรมต้องขึ้นศาล เพราะทักษิณเองต้องรับผิดชอบกับอาชญากรรมที่ตากใบ และการฆ่าทนายสมชาย

ในประการที่สองประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าการมีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้นำไปสู่การนำคนที่ฆ่าเสื้อแดงมาขึ้นศาลแต่อย่างใด รัฐบาลพรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์จงใจไม่ประกาศให้ไทยเข้าไปในกระบวนการศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่สามารถนำพวกนั้นมาลงโทษได้ รัฐบาลนี้ใช้กฏหมายเถื่อน 112 แรงขึ้นด้วย และสุดท้ายก็เสนอการนิรโทษกรรม “เหมาเข่ง” ที่จะให้พวกนั้นลอยนวล

หลายคนที่พยายามปกป้องรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เคยอธิบายว่ารัฐบาลต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลา โดยไม่ไปพุ่งชนฝ่ายทหาร เพราะทหารภายใต้ประยุทธ์ คอยหาโอกาสทำรัฐประหาร พูดง่ายๆ พวกนี้เสนอว่าต้องเอาใจทหารเพื่อให้รัฐบาลอยู่รอด แต่มันไม่เป็นไปตามนั้น เพราะการเอาใจทหารอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามมั่นใจมากขึ้น และในที่สุดก็มีรัฐประหาร

การเอาใจทหารเผด็จการและพวกคลั่งเจ้าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เสมือนคนที่พยายามเอาใจงูพิษโดยการลูบหัวมัน ทำไม่ได้หรอกเพราะงูมันจะหันมากัดตาย การจัดการกับเผด็จการก็เหมือนกัน

ดังนั้นอย่าไปหวังเลยว่าถ้าเรามีรัฐบาลแบบพรรคเพื่อไทย ที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคต จะมีการจัดการกับอาชญากรรัฐ

ถ้าหมุนนาฬิกากลับได้ เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเสนอว่าหลังชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ยิ่งลักษณ์สามารถประกาศว่าจะนำทหารและอภิสิทธิ์มาขึ้นศาลได้ สามารถปลดพวกผู้พิพากษาลำเอียงได้ สามารถปลดนายทหารระดับสูงที่คัดค้านประชาธิปไตยได้ แต่ต้องทำทันที โดยมีการระดมมวลชนเสื้อแดงให้ออกมาปกป้องรัฐบาล โดยเสนอนโยบายสำคัญๆ ที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตของกรรมาชีพและเกษตรกร และโดยเพิ่มคุณภาพสภาพความเป็นอยู่ของพลทหารและตำรวจระดับล่าง เพื่อให้คนเหล่านั้นเลิกฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา

แต่รัฐบาลที่จะทำอย่างนั้นได้คงไม่ใช่รัฐบาลของพรรคทักษิณ คงต้องเป็นรัฐบาลของพรรคกรรมาชีพและเกษตรกรคนจน ต้องเป็นรัฐบาลที่เดินหน้าคู่ขนานกับพลังมวลชนจำนวนมากนอกรัฐสภา และต้องเป็นรัฐบาลที่พร้อมจะปฏิวัติสังคมไทยแบบถอนรากถอนโคน

ในประเทศอื่นเมื่อมีการลุกฮือของมวลชนในการล้มเผด็จการจนสำเร็จ ก็มีกระแสที่จะจัดการกับพวกนายพลอาชญากร และลดอำนาจทางการเมืองของกองทัพ จนในที่สุดมีนายทหารบางคนในลาตินอเมริกาและเอเชียที่ถูกนำมาขึ้นศาล

10 10 2010_25

ในไทยก็เคยมีการลุกฮือล้มเผด็จการในอดีต เราทำได้อีก แต่เราต้องให้ความสำคัญกับรูปแบบการจัดขบวน คือต้องดูว่าพลังต่างๆ ในสังคมอยู่ตรงไหน ต้องให้ความสำคัญกับขบวนการแรงงาน โดยเฉพาะซีกที่ก้าวหน้า ต้องเน้นการนำตนเองจากล่างสู่บน และต้องสร้างพลังประชาชนที่อิสระจากนักการเมืองอย่างทักษิณ ถ้าจะทำให้สำเร็จ

Advertisements