บอยคอตหรือโหวดโน?

ใจ อึ๊งภากรณ์

การเลือกว่าเราจะลงคะแนนไม่รับ “รัฐอธรรมนูญทหาร” (โหวดโน) หรืองดออกเสียง (บอยคอต) ในประชามติที่จะจัดขึ้นในอนาคต เป็นเรื่องยุทธวิธีเท่านั้น อย่างที่พวกเราหลายคนเข้าใจดี มันเป็นยุทธวิธีในยุทธศาสตร์การต่อต้านเผด็จการ

ผมขอเรียกเศษกระดาษของเผด็จการว่า “รัฐอธรรมนูญ” เพราะมันไม่ใช่รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยเลย [ดู  http://bit.ly/25jnpk3  ]

ทั้งสองฝ่ายในการถกเถียงว่าจะงดออกเสียงหรือกาช่อง “ไม่รับ” มีจุดยืนเหมือนกันคือต่อต้านเผด็จการและรังเกียจ รัฐอธรรมนูญ โสโครกของไอ้ยุทธ์มือเปื้อนเลือด ตรงนี้มันชัดเจน และทั้งสองฝ่ายจริงใจในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วย

แต่การเลือกยุทธวิธีที่ดีที่สุดในครั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับการพิจารณาประเด็นปัญหาจากมุมมองการเมือง และมันมียุทธวิธีที่ดีที่สุดเพียงวิธีเดียวคือกาช่อง“ไม่รับ”… จะขออธิบายเหตุผล

syylar7hxfydosf3li4l

คนที่เน้นการต่อสู้เชิงสัญลักณ์แบบปัจเจก จะพิจารณาเรื่องนี้จากจุดยืนของ “ความบริสุทธิ์” คือจะเสนอเหตุผลว่าการไปลงคะแนนเสียงไม่เอารัฐอธรรมนูญทหาร เป็นการยอมรับกติกาของเผด็จการ หรือเป็นการ “ถือหางทหาร” เขาจะถามต่อไปว่า ถ้าปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ไปลงคะแนนรับรัฐอธรรมนูญ เราก็จะพ่ายแพ้ถึงขนาด “ต้อง” ยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่หรือไม่? พวกนี้เลยเสนอว่าเราต้องงดออกเสียงหรือบอยคอตประชามติครั้งนี้

พอพวกที่เน้นความเป็นปัจเจกแบบนี้จะนั่งเฉยอยู่บ้าน ไม่ไปร่วมกิจกรรมการเมืองที่ทหารจัดไว้ เขาจะรู้สึกดีในตัวเอง เพราะสามารถรักษาความขาวสะอาด และไม่ว่าประชามติจะออกมาอย่างไร เขาก็จะอมยิ้มมั่นใจในความถูกต้องของแนวทางตนเองในรูปแบบปัจเจก

แต่การมั่นใจในความถูกต้องของแนวทางตนเองแบบนามธรรม มันไม่เคยนำไปสู่ชัยชนะในการต่อสู้ทางสังคมเลย เพราะการต่อสู้ทางชนชั้นในสังคมทุนนิยมปัจจุบันต้องอาศัย “พลัง” และ “อำนาจ” มันอาศัยเหตุผลและศีลธรรมก็จริง เพราะเราต้องชักชวนคนจำนวนมากให้มาทางเดียวกับเราด้วยเหตุผลและศีลธรรม แต่การโบกธงของศีลธรรมหรือความถูกต้องอย่างเดียว ไม่สามารถเอาชนะพลังและอำนาจของชนชั้นปกครองได้เลย สิ่งที่จะใช้ได้ในการเผชิญหน้ากับอำนาจของทหาร หรืออำนาจของรัฐที่กดขี่เรา คือพลังมวลชนกับกระแสมวลชน และเราต้องใช้พลังนั้นในสังคม บนท้องถนน และในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ

พูดง่ายๆ ถ้าไม่มีมวลชน เราชนะไม่ได้

ดังนั้นสำหรับนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่เน้นพลังมวลชนแทนจุดยืนปัจเจก เราจะเลือกยุทธวิธีที่สามารถครองใจมวลชนได้ดีที่สุด

ในขณะนี้การเคลื่อนไหวของมวลชนผู้รักประชาธิปไตยในไทยอ่อนแอพอสมควร เหตุผลมาจากการ “สลาย” เสื้อแดงโดยทักษิณและพรรคเพื่อไทย บวกกับการที่นักเคลื่อนไหวจำนวนมากที่ไม่ได้เดินตามทักษิณ ไม่ยอมจัดตั้งมวลชนอย่างจริงจัง แต่ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะร่วมกันแสดงว่าเราปฏิเสธทหารผ่านประชามติ

ประชามติที่กำลังจะจัดขึ้น เป็นการเสี่ยงทางการเมืองของคณะทหารโจรมากพอสมควร เขาต้องการสร้างภาพว่าจะปรึกษาประชาชน และสร้างภาพว่าในอนาคตจะมีการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่เป็นการเลือกตั้งปลอม แต่เขากังวลว่าประชาชนจะคว่ำรัฐอธรรมนูญอัปลักษณ์อันนี้ ดังนั้นเราต้องใช้โอกาสนี้เพื่อพยายามคว่ำรัฐอธรรมนูญและตบหน้าทหาร

มันมีประเด็นเดียวเท่านั้นที่สำคัญในการเลือกว่าเราจะโหวดโนหรือบอยคอต ประเด็นนี้คือเรื่องของกระแสในหมู่คนส่วนใหญ่ที่รักประชาธิปไตย เราต้องยึดติดกับกระแสนี้ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือ นปช. จะมีส่วนในกระแสนี้หรือไม่

การนำจุดยืนของพรรคเพื่อไทยหรือ นปช. มาเป็นข้ออ้างในการบอยคอตนั้นฟังไม่ขึ้น และเป็นการเล่นพรรคเล่นพวกที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่เลย แท้จริงแล้วเราควรดีใจที่แกนนำเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยมีส่วนในการสร้างกระแสไม่รับรัฐอธรรมนูญเลวฉบับนี้ นานๆ ที่สององค์กรนี้จะมีจุดยืนถูกต้อง

เวลาเราพิจารณาว่ากระแสตอนนี้เป็นอย่างไรในหมู่คนที่รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ เราต้องยอมรับว่าการชวนให้คนไปลงคะแนนไม่รับรัฐอธรรมนูญมีกระแสแรงกว่าการบอยคอตหลายพันเท่า เราจึงต้องเลือกเส้นทางนี้

Untitled

เราต้องเป็นส่วนของกระแสไม่รับรัฐอธรรมนูญทหารครับ!

บางคนอาจสงสัยว่าการต่อสู้ทางชนชั้นเกี่ยวอะไรกับประชามติ มันเกี่ยวข้องแน่นอนและถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือสังคมทุกชนิดเกี่ยวกับการต่อสู้ทางชนชั้นทั้งนั้น

การที่พวกนายพลและอภิสิทธิ์ชน ใช้อำนาจของกระบอกปืนและความรุนแรงเพื่อกีดกันไม่ให้คนส่วนใหญ่มีสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย เป็นการปราบปรามคนส่วนใหญ่ในสังคมโดยชนชั้นนายทุนในระบบทุนนิยม  ชนชั้นนายทุนหรือชนชั้นปกครองนี้ มีสมาชิกจากหลายส่วน มีทหาร นายทุนใหญ่ ข้าราชการชั้นสูงฯลฯ และชนชั้นนี้อาจไม่สามัคคีกันไปทั้งหมด อาจมีนายทุนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับแนวทางของคนส่วนใหญ่ในชนชั้นปกครองก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในวิกฤตการเมืองไทยปัจจุบันคือ ชนชั้นปกครองซีกอนุรักษ์กำลังใช้อำนาจเพื่อปิดกั้นโอกาสและอิทธิพลทางการเมืองของคนทำงานในเมืองและในชนบท ซึ่งเป็นกรรมาชีพและผู้ประกอบการรายย่อย ส่วนซีกสมัยใหม่ของชนชั้นปกครองที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเผด็จการปัจจุบัน ต้องการควบคุมเราด้วยระบบรัฐสภาและการสร้างภาพว่าเรามีส่วนร่วมเท่านั้นเอง เขาไม่ต้องการให้คนส่วนใหญ่เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง

ท้ายสุดถ้าทหารมันสามารถ โกง ข่มขู่ หรือชักชวน หรือทำทั้งสามอย่างพร้อมกัน จนผลประชามติออกมารับรัฐอธรรมนูญของมัน เราจะทำอย่างไร? ง่ายมากครับ หลังจากที่เราเสียใจสักห้านาที เราต้องสู้ต่อไปเพื่อคัดค้านเผด็จการและระบบการเลือกตั้งจอมปลอมที่มันอยากนำเข้ามาใช้ เราจะไม่มีวันยอมรับกติกาของโจรไม่ว่าประชามติจะออกมาอย่างไร การรณรงค์ให้โหวดโนเป็นเพียงรอบหนึ่งในสงครามระยะยาวเพื่อประชาธิปไตย

Advertisements