โปรดฟังอีกครั้ง… ช่วยกันลงคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโจร

ใจ อึ๊งภากรณ์

 วันที่ 7 สิงหาคมนี้ทุกคนที่รักประชาธิปไตยควรตบหน้าแก๊งไอ้ยุทธ์และคณะโจร โดยไปลงคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทหาร

ถ้าประชาชนจำนวนมากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่งอกจากกระบอกปืนอันนี้ มันจะช่วยทำลายความชอบธรรมของเผด็จการอย่างชัดเจน

13728936_1145964815444913_3158334133934371265_n

แต่ในขณะเดียวกัน เราทราบดีว่า “ประชามติ” ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่ไร้เสรีภาพโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่ประชามติประชาธิปไตยแต่อย่างใด เพราะในรูปธรรมมีการสั่งห้ามวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในที่สาธารณะ และมีการจับคุมนักเคลื่อนไหวที่พยายามวิจารณ์ความไม่เป็นประชาธิปไตยของร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง คณะทหารมีความหวังว่าถ้าขู่ประชาชนและพยายามปิดกั้นการแสดงออกหรือข้อถกเถียงต่างๆ ประชาชนจะขานรับการทำลายประชาธิปไตยที่บรรจุไว้ในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

นี่คือสาเหตุที่นักเคลื่อนไหวบางคนอยากให้เราบอยคอตหรืองดออกเสียง ผู้เขียนมีมุมมองต่างคือ เราต้องไปลงคะแนนเสียงไม่รับแทน และถ้าประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนไม่รับ เราต้องชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทหารลาออก

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยนี้ไร้ความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง เราต้องมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญเถื่อน และเราจะต้องเคลื่อนไหวต่อต้านคณะทหารและอิทธิพลของเผด็จการต่อไปจนกว่าเราจะได้ประชาธิปไตยคืนมา ยิ่งกว่านั้นเราจะต้องเคลื่อนไหวเพื่อขยายพื้นที่ประชาธิปไตยออกไปให้กว้างกว่ายุคทักษิณหรือยุครัฐธรรมนูญปี ๔๐ โดยเฉพาะในเรื่องกฏหมาย 112 กฏหมายคอมพิวเตอร์ และแง่อื่นๆ ของความเป็นเผด็จการในไทยที่ตกข้างจากอดีต

ขอสรุปว่าทำไมเราไม่ความรับร่างรัฐธรรมนูญมีชัยมีดังนี้

(1) อารัมภบทของร่างมีชัย แสดงให้เห็นเจตนาในการโกหกบิดเบือนประวัติศาสตร์และคำจำกัดความของประชาธิปไตยแต่แรก มันถูกออกแบบเพื่อให้ความชอบธรรมแก่คณะทหารโจรที่ปล้นสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยของประชาชนผ่านการทำรัฐประหาร มันถูกออกแบบเพื่อลดอำนาจของผู้แทนและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยเพิ่มอำนาจและสืบทอดอิทธิพลของฝ่ายเผด็จการอนุรักษ์นิยม และมันมีการดูถูกประชาชนชาวไทยว่าไม่เข้าใจระบบประชาธิปไตยอีกด้วย

(2) มาตรา 5 เขียนถึงอำนาจพิเศษที่จะเข้ามาควบคุมรัฐบาลและรัฐสภาในยามที่ทหารมองว่า “ผิดปกติ”  ซึ่งเสียงข้างมากในกลุ่มคนที่มีอำนาจพิเศษเหนือรัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด

(3) มีการเปิดโอกาสให้คนนอกที่ไม่ใช่ สส. เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ในบางสถานการณ์ ถ้าหลังการเลือกตั้งครั้งแรกเกิดมีนายกรัฐมนตรีทหารหรือคนของทหาร มันก็เป็นโอกาสสำหรับการยืดเวลาปกครองของเผด็จการได้ อย่าลืมว่าคนไทยเสียเลือดเนื้อในอดีตเพื่อให้นายกรัฐมนตรีเป็น สส. และมาจากการเลือกตั้ง

(4) ในเรื่องศาสนามีการเอาใจคนเลวอย่าง “พุทธอิสระ” โดยตัดหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเสริมสร้างความสมานฉันท์ระหว่างศาสนาออก ตัดเรื่องห้ามลิดรอนสิทธิเพราะเหตุการนับถือศาสนาออก และเขียนนวัตกรรมใหม่ให้รัฐต้องส่งเสริมและเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งทั้งหมดนี้เปิดโอกาสให้กดขี่ศาสนาอิสลามหรือศาสนาพุทธนิกายที่ทหารไม่เห็นด้วย

(5) ร่างรัฐอธรรมนูญนี้ทำลายมาตรฐานการบริการพลเมืองโดยรัฐ โดยเฉพาะในเรื่องสาธารณสุข พูดง่ายๆ มีการเสนอนโยบายที่ทำลายระบบบัตรทอง หรือที่เคยเรียกกันว่า “30 บาทรักษาทุกโรค”

(6) ในเรื่องการศึกษา มีการตัดสิทธิ์เรียนฟรีในระดับ ม.ปลาย

(7) โครงสร้างการคำนวณจำนวน สส. มีการออกแบบเพื่อให้ประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์

(8) วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งโดยทหารเผด็จการทั้ง 200 คน และมีอายุการดำรงตำแหน่ง 5 ปี คือนานกว่าสภาผู้แทนราษฏร 1 ปี ทั้งนี้เพื่อควบคุมผู้แทนของประชาชน

(9) การแก้รัฐธรรมนูญนี้ในรูปธรรมทำได้ยากมาก เพราะต้องอาศัยเสียงข้างมากของ สส. 500คน และ สว.แต่งตั้ง 200คน รวมกัน นอกจากนี้ต้องอาศัยคะแนนเสียง 20% ของพรรคฝ่ายค้าน และ1/3 ของสว. อีกด้วย ดังนั้นอย่าไปหลงคิดว่าถ้าเรา “รับไปก่อน” เราจะแก้ทีหลังได้ ฝ่ายเผด็จการมันหลอกเราในเรื่องนี้มารอบหนึ่งแล้วในปี ๕๐ ปีนี้เราไม่ความโง่ซ้ำรอบสอง

13417520_1769959999947170_3393365336073478790_n

Advertisements