ปาตานี:พวกเอ็นจีโอและกรรมการสิทธิ์เลือกข้างสนับสนุนรัฐเผด็จการ

ใจ อึ๊งภากรณ์

เมื่อไม่นานมานี้ในปาตานี มีเหตุการณ์วางระเบิดที่ตลาดโต้รุ่ง และลอบยิงที่ศูนย์การศึกษา

ใครควรจะรับผิดชอบ? ใครควรจะถูกประณาม? และในสงครามระหว่างฝ่ายนักรบปาตานีกับรัฐเผด็จการไทย เราควรเลือกข้างไหน?

สำหรับพวกที่อ้างตัวเป็นประชาสังคมและเอ็นจีโอ มันชัดเจนมาก พวกนี้เลือกจะประณามคนที่กบฏต่อรัฐไทย และเลือกที่จะชมและเข้าข้างรัฐเผด็จการไทยที่กดขี่ประชาชน มีการเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐเร่งจับกุมผู้ก่อการให้เร็วที่สุดและขอให้รัฐรักษาความปลอดภัยอีกด้วย นอกจากนี้มีการเรียกร้องให้ฝ่ายกบฏยุติการใช้ความรุนแรง

img

แต่ไม่มีการเรียกร้องให้กองกำลังของรัฐยุติความรุนแรงต่อชาวบ้าน หรือยุติการกดขี่ชาวมาเลย์มุสลิม ไม่มีการเรียกร้องให้รัฐเผด็จการไทยเลิกยึดพื้นที่ปาตานีดุจเมืองขึ้น หรือให้มีการจับกุมลงโทษทหาร ตำรวจ และผู้บังคับบัญชาต่างๆ ที่มีส่วนในการฆ่าประชาชนแต่อย่างใด

กรณีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” ก็ไม่ต่างออกไป เพราะมีการประณามผู้ที่กบฏต่อรัฐไทย และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐเผด็จการไทยอย่างเต็มที่ อย่าลืมว่าองค์กรนี้ไม่เคยประณามการเข่นฆ่าเสื้อแดง หรือประณามการใช้กฏหมายเถื่อน 112

สรุปแล้วทั้งเอ็นจีโอ คนที่อ้างตัวเป็นประชาสังคม และคนที่อ้างตัวเป็นกรรมการสิทธิ์ ล้วนแต่คล้อยตามรัฐบาลเผด็จการและใช้สองมาตรฐานในเรื่องสิทธิมนุษยชนทั้งนั้น

นักเขียนคนดังของอินเดียชื่อ อารุณดาธิ รอย เคยเขียนว่าคนที่จะประณามการใช้ความรุนแรงของผู้ที่ถูกกดขี่ จะต้องพิสูจน์อย่างชัดเจนก่อนว่ารัฐเปิดโอกาสให้คนที่เห็นต่าง หรือคนที่ต้องการมีอิสรภาพ สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเสรี และหาทางบรรลุเป้าหมายของเขาด้วยวิธีการสันติ

แต่รัฐไทยไม่เคยเคารพสิทธิของพลเมือง ไม่ว่าจะในปาตานี หรือกรุงเทพฯ

คนปาตานีไม่มีสิทธิ์ที่จะตั้งพรรคการเมืองที่ประกาศอย่างชัดเจน ว่ามีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อให้ปาตานีอิสระจากรัฐไทย คนปาตานีไม่มีสิทธิ์ที่จะลงคะแนนให้พรรคการเมืองแบบนี้ และประชาชนทั่วไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่เคารพ “ชาติ ศาสนา และกษัตริย์” ของชนชั้นปกครองไทย นอกจากนี้รัฐธรรมนูญไทยระบุตลอดว่าประเทศไทยแบ่งแยกไม่ได้ แล้วคนที่ถูกกดขี่มีโอกาสจะไปเคลื่อนไหวอย่างสันติมากน้อยเพียงไร?

10511093_945236505558179_2265417403833671613_n

%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%9a-2

ที่ตากใบเมื่อ 12 ปีก่อนหน้านี้ เมื่อชาวบ้านที่ปราศจากอาวุธชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวเพื่อนชาวบ้านที่ถูกจับในข้อหายกอาวุธที่รัฐแจกให้กองกำลังกบฏ ทหารและตำรวจไทยใช้ความรุนแรงจนชาวบ้านบริสุทธิ์ตายไปเกือบหนึ่งร้อยคน เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่กองกำลังรัฐไทยฆ่าชาวบ้านปาตานี แต่จนถึงทุกวันนี้ไม่เคยมีใครถูกลงโทษ

เหตุการณ์สำคัญที่เป็นรากฐานความรุนแรงของรัฐไทย

๒๔๓๓  รัฐบาลของรัชกาลที่ ๕ เข้ามายึดครองส่วนหนึ่งของปัตตานี แบ่งกับอังกฤษ ซึ่งเป็นกระบวนการในการสร้างชาติไทยสมัยใหม่เป็นครั้งแรก มีข้อตกลงระหว่างอังกฤษกับกรุงเทพฯในปี ๒๕๔๒ (1909)

๒๔๖๔  รัฐบาลมีนโยบายบังคับให้ชาวมาเลย์มุสลิมเปลี่ยนเป็น “ไทย” ผ่านระบบการศึกษา และมีการบังคับเก็บภาษี

๒๔๖๖  การกบฏ Belukar Semak บังคับให้รัชกาลที่ ๖ ทบทวนนโยบายการปกครอง และประนีประนอมกับวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวปัตตานี

๒๔๘๑  เผด็จการทหารของจอมพล ป. พิบูล สงคราม ใช้นโยบายชาตินิยมไทยสุดขั้วเพื่อกดขี่ประชาชนภาคใต้

๒๔๘๙  นายกรัฐมนตรี ปรีดี พนมยงค์ ส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นเมือง และยอมรับหลักการณ์ของเขตปกครองพิเศษในปี ๒๔๙๐ แต่ถูกรัฐประหารโดยกลุ่มทหาของจอมพลป.ฯ เลยพ้นจากอำนาจ ฮัจญีสุหลง ผู้นำปัตตานีคนหนึ่ง เสนอในช่วงนี้ว่าควรมีเขตปกครองตนเองพิเศษภายในรัฐชาติไทย แต่รัฐไทยไม่ฟัง

๒๔๙๑  ฮัจญีสุหลง ถูกจับคุมโดยรัฐบาลไทย และในเดือนเมษายนตำรวจไทยก่อเหตุนองเลือด ฆ่าชาวบ้านที่ บ.ตุซงญอ อ.ระแงะ จ. นราธิวาส

๒๔๙๗  ฮัจญีสุหลงถูกฆ่าตายโดยคำสั่งของ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ผู้ร่วมคณะเผด็จการกับจอมพลป.ฯ

๒๕๐๓-๒๕๑๓ เริ่มต้นในสมัยรัฐบาลเผด็จการของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีการขนชาวบ้าน “ไทย” พุทธจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงมาในเขตปาตานี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดครองพื้นที่ และมีการห้ามใช้ภาษายะวีในโรงเรียนรัฐและสถานที่ราชการ

สรุปแล้วทางการไทยมีประวัติอันยาวนานในการกดขี่ การฆ่าวิสามัญ และการทรมานผู้ที่โดนจับกุม และในปัจจุบันเมื่อมีองค์กรสิทธิ์แท้จริงพยายามเปิดโปงเรื่องนี้ก็มีการปราบองค์กรดังกล่าว

12461738351246174435l

เราควรเข้าใจอีกด้วยว่าสถานที่ศึกษาของรัฐไทยในปาตานี เป็นเครื่องมือสำคัญในการกดขี่ชาวมาเลย์มุสลิม ดังนั้นเราจะไปแปลกใจได้อย่างไรที่ครูของรัฐไทยกลายเป็นเป้า แม้แต่พระสงฆ์พุทธในพื้นที่นี้ก็ผูกพันกับทหารจนพูดไม่ได้ว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่อิสระจากแนวการเมืองของรัฐ

091208_mccargo

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่เราจะต้องชี้ให้ชัดเจนว่าความรุนแรงทุกชนิดที่เกิดในปาตานีมาจากการกระทำของรัฐไทย รัฐไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และรัฐไทยต้องถูกประณาม

เราต้องเรียกร้องให้ทหารเลิกยึดครองปาตานี เราต้องเรียกร้องให้รัฐเลิกแจกอาวุธให้อาสาสมัครในหมู่บ้าน เราต้องเรียกร้องให้ภาษายะวีเป็นภาษาทางการควบคู่กับภาษาไทย

ความรุนแรงของผู้ที่ต่อสู้กับการกดขี่และความอยุติธรรม เทียบไม่ได้กับความรุนแรงของผู้กดขี่ และเราจะต้องสนับสนุนอิสรภาพของชาวปาตานี

12744275_1720991521448066_4919859868376036493_n

แต่ถึงแม้ว่าผู้เขียนเห็นใจและเข้าใจคนที่เลือกแนวทางจับอาวุธ เพื่อสู้กับการกดขี่ของรัฐไทย แต่ยุทธศาสตร์นี้มีจุดอ่อนด้อยมหาศาล เพราะเป็นการปิดพื้นที่เคลื่อนไหวสำหรับขบวนการที่ไม่อยากจับอาวุธ และเป็นการปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางสู่สังคมใหม่โดยประชาชนจำนวนมาก การปิดพื้นที่ดังกล่าวมาจากสภาพสงครามที่เกิดขึ้น

ยิ่งกว่านั้นยุทธวิธีการใช้กองกำลังกระจายที่ดูเหมือนไม่มีศูนย์กลาง เพื่อให้ทหารและรัฐไทยต้องสู้กับ “ผี” มีข้อเสียทางการเมืองมากมาย เพราะในสภาพที่มีการยิงกันและวางระเบิด แต่ไม่มีใครออกมาโฆษณารับผิดชอบ เป็นโอกาสทองสำหรับวิธีรบแบบสกปรกของรัฐไทย เราทราบดีว่ารัฐไทยใช้หน่วยงานสังหารวิสามัญตลอดเวลา และใช้โจรหรือทหารนอกเครื่องแบบเพื่อฆ่าหรือข่มขู่ประชาชน  แต่เมื่อฝ่ายกองกำลังกบฏต่อรัฐไทยไม่ยอมประกาศอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายของเขาจะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รัฐ และเมื่อไม่มีการออกมารับผิดชอบต่อปฏิบัติการของกองกำลังแต่ละครั้งอย่างชัดเจน ฝ่ายรัฐไทยสามารถสร้างภาพว่า “โจรไม่ทราบฝ่าย” ไปเที่ยวฆ่าชาวบ้านอิสลามและพุทธโดยไม่เลือกหน้า วิธีการปิดลับและรบแบบ “ผี” นี้ ทำให้ประชาชนทุกฝ่ายสับสนและเกรงกลัว มันไม่ช่วยในการสร้างมวลชน หรือในการเรียกร้องให้ประชาชนภาคอื่นๆ เข้ามาสมานฉันท์แต่อย่างใด มันมีบทเรียนเรื่องนี้จากการสู้รบของ “ไออาร์เอ” ในไอร์แลนด์ หรือของขบวนการอิสรภาพในอาเจห์กับทีมอร์

ขบวนการต้านรัฐไทยใน ปาตานี ควรสร้างพรรคมวลชนที่ทำงานอย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องจดทะเบียน ทั้งนี้เพื่อสร้างฐานในหมู่ประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน และเสนอนโยบายการเมือง เศรษฐกิจและสังคม สำหรับประชาชนทุกเชื้อชาติหรือศาสนา และเพื่อเรียกร้องให้มีการลงประชามติเรื่องการปกครอง คือควรมีการเสนอประชามติว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเขตปกครองพิเศษ หรือต้องการแยกรัฐออกไปเลย หรือต้องการอยู่ต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

patdemo3

     พรรคมวลชนแบบนี้สามารถรณรงค์ขอความสมานฉันท์จากประชาชนในภาคอื่นๆ ได้อีกด้วย และสามารถทำแนวร่วมกับกลุ่มที่ถูกกดขี่หรือด้อยโอกาสกลุ่มอื่นๆ ตัวอย่างที่ดีคือพรรคการเมืองถูกกฏหมายของฝ่ายจับอาวุธในไอร์แลนด์ อาเจห์ หรือในแข้วนบาสค์ระหว่างสเปนกับฝรั่งเศส

ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือในทุกกรณีที่มีสงครามกลางเมืองเพื่อแบ่งแยกดินแดน ฝ่ายจับอาวุธกับฝ่ายทหารของรัฐไม่สามารถเอาชนะกันได้ และการแก้ปัญหาในที่สุดย่อมอยู่ที่กระบวนการทางการเมืองที่โปร่งใสเสมอ

Advertisements