ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เป็นคนที่น่ารังเกียจที่สุดในโลก

ใจ อึ๊งภากรณ์

การที่ โดนัลด์ ทรัมพ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นจุดต่ำสุดของการเมืองและสังคมของประเทศนั้น คนที่ไปลงคะแนนให้ ทรัมพ์ ถ้าไม่ใช่พวกล้าหลังขวาตกขอบ ก็เป็นคนที่ต้องการระบายความโกรธต่อระบบการเมืองและสังคม โดยไม่คิดอะไรไปไกลกว่านั้น ปรากฏการณ์ของผู้ที่สนับสนุน ทรัมพ์ แบบนี้ แสดงให้เห็นว่าความไม่พอใจต่อชนชั้นปกครองและระบบกระแสหลัก ที่มีอยู่ทั่วโลก อาจออกมาในรูปแบบการเมืองฝ่ายขวาสุดขั้ว หรือออกมาในรูปแบบการเมืองฝ่ายซ้ายก็ได้ กระแสซ้ายคือคนที่เคยสนับสนุน เบอร์นี แซนเดอร์ส น่าเสียดายจังที่ แซนเดอร์ส พาคนไปถึงทางตันของการสนับสนุน คลินตัน โดยไม่สร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแต่อย่างใด

trump_0

แต่เราไม่ควรหลงคิดว่า ฮิลลารี คลินตัน เป็นคนก้าวหน้า และสาเหตุสำคัญที่เขาแพ้การเลือกตั้งก็เพราะคนจำนวนมากไม่ตื่นเต้นและปลิ้มในตัวเขา เพราะ คลินตัน คือนักการเมืองกระแสหลักและตัวแทนของกลุ่มทุนใหญ่

โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นนักการเมืองเหยียดสีผิวอย่างชัดเจน และเขาเคยพูดว่าคนเม็กซิโคเป็นพวก “ก่ออาชญากรรมทางเพศ” แต่จุดยืนของ ฮิลลารี คลินตัน ต่อเรื่องคนที่อพยพเข้าไปในสหรัฐ เพื่อพัฒนาชีวิตหรือหนีความรุนแรงในบ้านเกิด คล้ายกับ โดนัลด์ ทรัมพ์ ตรงที่ทั้งสองอยากเห็นสหรัฐเพิ่มการสร้างรั้วและกำแพงตรงชายแดนกับเม็กซิโค และอยากเห็นการเพิ่มมาตรการปราบปรามผู้ข้ามพรมแดนด้วย ผลคือผู้อพยพจะต้องเสี่ยงภัยมากขึ้น และในปีนี้คาดว่าร้อยกว่าคนต้องเสียชีวิตไปในอาริโซนาขณะที่พยายามเข้าสหรัฐ

ฮิลลารี คลินตัน เป็น ผู้แทนของทุนใหญ่สหรัฐโดยตรง เขาสัญญาว่าจะลดมาตรการที่ควบคุมบริษัทไฟแนแนส์ที่ถูกนำมาใช้หลังวิกฤตปั่นหุ้นปี 2008 ซึ่งอันนี้เป็นวิธีการเพิ่มกำไรให้กลุ่มทุน ดังนั้นสำหรับกรรมาชีพสหรัฐที่ถูกยึดบ้านหลังวิกฤต คลินตันพิสูจน์ว่าเขาอยู่เคียงข้างกับนายทุนใหญ่และหันหลังให้คนธรรมดา ในช่วงหาเสียงทุกครั้งที่โพล์แสดงว่าคะแนน คลินตัน นำทรัมพ์ ตลาดหุ้นจะพุ่งขึ้นด้วยความชื่นใจ

โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นนักการเมืองที่พยายามเอาใจคนจนหรือกรรมาชีพ แต่ ทรัมพ์ เคยพูดว่าค่าแรงของคนงานสหรัฐ “สูงเกินไป”

ความคิดสุดขั้วของทรัมพ์ทำให้นายทุนใหญ่จำนวนมากกลัวชัยชนะของเขา และนักการเมืองกระแสหลักในพรรครีพับลิกันเอง ก็หันหลังให้เขาด้วย สาเหตุที่นายทุนใหญ่ไม่ชอบ ทรัมพ์ ก็เพราะเขาพูดว่าจะปิดประเทศและกีดกันสินค้าจากต่างประเทศ ความจริงจะเป็นอย่างไรในรูปธรรมเราต้องรอดูในอนาคต แต่ที่ชัดเจนคือพรรครีพับลิกันแตกแยกอย่างรุนแรงและสิ่งนี้จะสร้างปัญหาให้ทรัมพ์

ในเรื่องระบบสาธารณสุข หลังจากกฏหมายใหม่ของ ประธานาธิบดีโอบาม่า จำนวนพลเมืองสหรัฐที่ไม่มีประกันสุขภาพลดลงเหลือ 8.6% ของประชากรทั้งหมด แต่ก็ยังแย่อยู่ เพราะพลเมือง 25 ล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงระบบประกันสุขภาพได้เลย นับว่าแย่กว่าประเทศไทยอีก อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมพ์ ต้องการหมุนนาฬิกากลับโดยยกเลิกนโยบายของ โอบาม่า ไปเลย ซึ่งจะทำให้พลเมืองสหรัฐที่ขาดการประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว สหรัฐเป็นประเทศพัฒนาประเทศเดียวในโลก ที่ทอดทิ้งประชาชนในเรื่องหลักประกันสุขภาพ สาเหตุหนึ่งคือสหรัฐไม่มีพรรคการเมืองของชนชั้นกรรมาชีพ

ในเรื่องสิทธิทำแท้งเสรี โดนัลด์ ทรัมพ์ คัดค้านเต็มที่ แต่นักการเมืองที่ ฮิลลารี คลินตัน เลือกมาเป็นผู้ลงสมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีกับตนเอง เป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับสิทธิทำแท้งเช่นกัน แต่แน่นอนพฤติกรรมลวนลามสตรีของ โดนัลด์ ทรัมพ์ ที่แสดงให้เห็นว่าเขาดูถูกผู้หญิงอย่างรุนแรง และแถมยังภูมิใจในพฤติกรรมเลวทรามของตน เป็นสิ่งที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง มันเหลือเชื่อที่คนแบบนี้จะมาเป็นผู้นำของประเทศได้

ในเรื่องนโยบายต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโอบาม่า เป็นผู้นำร่องในการเข่นฆ่าพลเรือนในตะวันออกกลางและในปากีสถานด้วยเครื่องบินไร้นักบิน (Drone) นอกจากนี้ โอบาม่า ผิดสัญญาว่าจะปิดคุกทหารกวานทานาโมเบย์ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง และเขาผิดสัญญาว่าจะยุติสงครามในอัฟกานิสถาน แต่อย่าไปหวังเลยว่า ทรัมพ์ จะเป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ เพราะเขาเป็นคนก้าวร้าวที่ต้องการเพิ่มอำนาจและความยิ่งใหญ่ของสหรัฐ

ทรัมพ์ เป็นคนที่เกลียดชังคนมุสลิมอย่างเปิดเผย และเกลียดชังคนผิวดำด้วย แต่ในเรื่องการที่ตำรวจสหรัฐเข่นฆ่าคนผิวดำที่ไม่ได้ทำความผิดอย่างต่อเนื่อง คลินตัน ก็เคยหันหลังให้การเคลื่อนไหวของขบวนการ “ชีวิตคนผิวดำมีค่า” (Black Lives Matter) อย่างไรก็ตามที่ชัดเจนก็คือ ชีวิตของคนมีสีผิวในสหรัฐจะแย่ลงภายใต้รัฐบาลของทรัมพ์แน่นอน

สรุปแล้วการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นการเลือกระหว่างนักการเมืองระยำล้าหลังสองคนที่ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการและไม่ไว้ใจ แน่นอน ทรัมพ์ มันน่ารังเกียจในทุกเรื่อง แต่ คลินตัน เป็นพวกคลั่งสงครามจักรวรรดินิยมทั่วโลกและเป็นผู้แทนของกลุ่มทุนใหญ่ การเลือกตั้งที่น่าสมเพชครั้งนี้ไม่สามารถแก้วิกฤตทางสังคมในสหรัฐได้เลย

3828

ctu_strike_2012_09_11_2-950x570

ถ้าใครอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ต้องมีการสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เช่นการต่อต้านท่อน้ำมันที่ดาโคต้า หรือการนัดหยุดงานของครูหรือคนงานในระบบคมนาคม และต้องมีความพยายามที่จะดึงอดีตผู้สนับสนุน เบอร์นี แซนเดอร์ส เข้ามาร่วมในการต่อสู้ของรากหญ้า สหรัฐควรจะมีพรรคการเมืองของกรรมาชีพ ที่เข้าข้างคนทำงานและคนจน และที่มีนโยบายก้าวหน้าในเรื่องสิทธิทางเพศหรือสีผิว และพรรคนี้ต้องมีนโยบายเพื่อปกป้องโลกจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สังคมสหรัฐจะพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อมีการปะทะกับระบบทุนนิยม

Advertisements