ลัทธิทหารคือลัทธิอันธพาล

ใจ อึ๊งภากรณ์

เราไม่ควรแปลกใจแต่อย่างใดที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นกับทหารเกณฑ์เป็นประจำ เพราะทหารของทุกประเทศในทุกยุคคือโจรอันธพาลของรัฐ และใครที่เข้าใจธาตุแท้ของรัฐในสังคมชนชั้นปัจจุบันทั่วโลกย่อมเข้าใจว่ารัฐไม่ใช่รัฐของประชาชน รัฐเป็นเครื่องมือของชนชั้นปกครอง เพื่อควบคุมอำนาจที่เขามีเหนือเราที่เป็นคนส่วนใหญ่ ไม่ว่ารัฐนั้นจะถูกบังคับให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ [อ่านเพิ่มเรื่องรัฐได้ที่นี่ http://bit.ly/2oPnBIm  ]

ในประเทศไทยพวกนายพลคิดจะปล้นสิทธิเสรีภาพของพลเมืองเมื่อไร ก็นำอาวุธออกมาข่มขู่ประชาชนแล้วตั้งตัวเป็นหัวหน้ารัฐบาล ภายใต้เผด็จการปัจจุบันแก๊งอันธพาลก็กระจายไปทั่วทุกส่วนของสังคมจนตำรวจเกือบจะไร้บทบาท พวกมันใช้อาวุธเพื่อแต่งตัวเองเป็นประธานโน้นประธานนี่ คุมเศรษฐกิจและสังคม บุกค้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ลากคนบริสุทธิ์เข้าคุกทหารเพื่อเปลี่ยนทัศนะคติ หรือขังลืมเพราะกล้ามีความเห็นต่าง คิดจะวิสามัญใครก็ทำได้โดยไม่เคยถูกลงโทษ คิดจะยิงประชาชนผู้รักประชาธิปไตยตายกลางถนนก็ทำได้ ทหารอันธพาลไม่ชอบใครก็เลื่อนตำแหน่งได้ตามอำเภอใจ คิดอยากจะออกกฏหมายอะไรก็ใช้มาตรา44สั่งการ ไม่ต้องปรึกษาหารือถกเถียงตามกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใด ประยุทธ์อ้างกฏหมายได้ เพราะกฏหมายในปัจจุบันคือความคิดประยุทธ์เท่านั้น

ลัทธิทหารคือลัทธิอันธพาล อันธพาลคิดจะใช้ความรุนแรงเพื่อได้อะไรก็ทำได้ ทำต่อพลเมืองธรรมดาก็ได้ ทำต่อลูกน้องในกองทัพก็ทำได้

ทั้งหมดนี้ทำได้เพราะมีอาวุธอยู่ในมือ ไม่ต่างจากโจรผู้ร้ายแต่อย่างใด

ภายในกองทัพธรรมดาของรัฐปัจจุบันไม่เคยมีประชาธิปไตยหรือสิทธิเสรีภาพ ไม่ต่างจากแก๊งโจร ใครเป็นใหญ่ในกองทัพสั่งลูกน้องได้โดยห้ามตั้งคำถามหรือเถียง วินัยทหารคือวินัยอันธพาล มันไม่ใช่วินัยที่มาจากจิตสำนึกของพลเมืองเองที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานเหตุผลแต่อย่างใด

จริงอยู่บางครั้งในประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติประชาชน เช่นในรัสเซียปี 1917 หรือสเปน 1936 มีกองกำลังปฏิวัติเกิดขึ้นที่นายพลเป็นแค่ “ผู้ประสานงาน” บางครั้งมีการเลือกนายพลได้อีกด้วย และคำสั่งของผู้ประสานงานต้องได้รับการยอมรับโดยทหารธรรมดาผ่านการถกเถียง แต่นั้นเป็นกรณีพิเศษของกองทัพปฏิวัติ มันไม่ใช่กองทัพของรัฐ

ทั่วโลกในยามสงครามทหารจะถูกสั่งให้ไปฆ่าประชาชนของอีกประเทศที่เป็นทหารและพลเรือนโดยไม่ต้องมีการอธิบายเหตุผลด้วยข้อมูลและรายละเอียดแต่อย่างใด ทุกครั้งก็จะมีโฆษกของชนชั้นปกครองในสื่อออกมากล่าวว่าเป็นสงคราม “เพื่อปกป้องชาติ” แต่คำถามสำคัญคือ “ชาติ” ที่พูดถึงเป็นชาติของใคร?

เวลา “ไทย” รบ “พม่า” ชาวบ้านธรรมดาได้อะไร? คำตอบคือไม่เคยได้อะไรเลย สงครามในยุคนั้นทำไปเพื่อแย่งไพร่และทาสกันระหว่างชนชั้นปกครอง เวลาตะวันตกทำสงครามในตะวันออกกลางทำไปเพื่ออะไร? แน่นอนไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชนในอิรัก อัฟกานิสถาน หรือซิเรีย เพราะเขาต้องล้มตายเป็นแสน แล้วพอเขาต้องการหนีไปยุโรปก็ไม่ให้เข้า แน่นอนไม่ได้ทำไปเพื่อประชาชนในประเทศตะวันตกเอง เพราะนอกจากเขาต้องจ่ายภาษีเพื่อการทำสงครามแล้ว มันยังเป็นการชักศึกก่อการร้ายเข้าบ้านในขณะที่ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางไม่เคยเป็นภัยต่อความสงบของสังคมตะวันตก สาเหตุแท้ของการทำสงคราม “เพื่อชาติ” คือทำไปเพื่อกำไรของกลุ่มทุนใหญ่ เพื่อน้ำมัน และเพื่อการอวดความยิ่งใหญ่และแสดงอำนาจของประเทศจักรวรรดินิยมเท่านั้น

สงครามที่กองทัพไทยก่ออยู่ในปาตานีทุกวันนี้ ไม่ใช่สงครามเพื่อประโยชน์ของคนไทยส่วนใหญ่แต่อย่างใด มันสร้างภัยให้ประชาชนธรรมดาต่างหาก มันสร้างความขัดแย้งจอมปลอมระหว่างคนที่มีเชื้อชาติศาสนาต่างกัน มันเป็นสงครามเพื่อยับยั้งไม่ให้ชาวมุสลิมมาเลย์กำหนดอนาคตตนเองเท่านั้น มันเป็นสงครามเพื่อปกป้องรัฐของชนชั้นปกครองไทย ถ้าปล่อยให้มีการคุยกันระหว่างประชาชนในพื้นที่โดยที่ทหาร ตำรวจและรัฐไทยไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง จะมีสันติภาพได้ แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ชนชั้นปกครองไทยต้องการแต่อย่างใด

ทุกวันนี้เวลาชายไทยถูกเกณฑ์เป็นทหาร มันไม่ต่างจากการเกณฑ์ไพร่ในอดีต มันไม่ใช่การเกณฑ์ไป “รับใช้ชาติ” ของคนไทยส่วนใหญ่แต่อย่างใด มันเป็นการเกณฑ์ไปรับใช้นายพล และภายใต้เผด็จการปัจจุบันมันเป็นการเกณฑ์ไปรับใช้เผด็จการเปื้อนเลือดของประยุทธ์

คนที่รักประชาชน คนที่มองว่า “ชาติ” คือ “ประชาชน” จะรับใช้ชาติได้ดีที่สุดโดยการคัดค้านการเกณฑ์ทหาร การประท้วงความรุนแรงภายในกองทัพ และการต่อต้านเผด็จการ

Advertisements