วิธีการคัดค้านเผด็จการแบบปัญญาอ่อน: จับมือกับแมลงสาบและงูเห่า หรือหวังพึ่งศาลเตี้ย

ใจ อึ๊งภากรณ์

หลังการเลื่อนประกาศผลการเลือกตั้งไปหลายสัปดาห์ภายใต้ข้ออ้างไร้สาระเรื่องพิธีกษัตริย์ เราก็เห็นว่า กกต. ใช้เวลานั้นเพื่อบิดเบือนผล ผ่านการแก้สูตรจำนวน สส. บัญชีรายชื่อ โดยตัดจำนวน สส. ของพรรคอนาคตใหม่ และดึงพรรคขนาดเล็กที่ไม่เคยประกาศจุดยืน เข้ามาในรัฐสภา

เป้าหมายชัดๆ ของการเปลี่ยนสูตรที่ใช้คำนวณ สส. บัญชีรายชื่อครั้งนี้ ก็เพื่อลดจำนวน สส. ของฝ่ายพรรคที่ต้านทหารและสนับสนุนประชาธิปไตย จนขาดเสียงข้างมากที่เคยมี เพื่อเปิดทางให้ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี

Dt-n4cyVYAA7HNH

พรรคขนาดเล็กต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินชื่อ และไม่ทราบจุดยืน คงถูกซื้อโดยแก๊งประยุทธ์ไปแล้ว ทหารเผด็จการจะได้สืบทอดอำนาจต่อไปอย่างที่คนจำนวนมากคาดการณ์ไว้

พร้อมกันนั้นนักการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ก็โดนคดีไร้สาระ เพื่อกลั่นแกล้งไม่ให้ปฏิบัติการได้ แต่พรรคทหารไม่มีทางโดนคดี

ยิ่งกว่านั้นทหารเผด็จการก็แต่งตั้งพรรคพวกของตนเป็น สว. อีก 250 คน เพื่อประกันว่าทหารจะอยู่ต่อไปได้

นี่คือโฉมหน้าประชาธิปไตยจอมปลอมของประยุทธ์

อย่าลืมว่าคะแนนเสียงทั้งหมดทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นว่าพรรคที่ประกาศล่วงหน้าว่าจะต้านเผด็จการทหาร ได้คะแนนมากกว่าพรรคที่ประกาศว่าจะสนับสนุนเผด็จการประยุทธ์ และอย่าลืมว่าพรรคที่ต้านทหารได้ สส. เขต มากกว่าพรรคที่สนับสนุนประยุทธ์ด้วย [ดู https://bit.ly/2H91pBg ]

พูดง่ายๆ พรรคฝ่ายประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้ง แต่ทหารและหมารับใช้ทหารใน กกต. จัดการขโมยผลและโกงการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกติกาประชาธิปไตยและความต้องการของพลเมืองส่วนใหญ่

จับมือกับฆาตกรที่สนับสนุนเผด็จการเพื่อคัดค้านประยุทธ์?

มันเป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างยิ่งที่มีข่าวว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ปัญญาอ่อนถึงขนาดคิดจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โดยอ้างว่าจะสกัดไม่ให้ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้

cc45f-558953_10151808470973823_83426302_n

การเสนอฆาตกรอย่างอภิสิทธิ์เป็นนายก หรือแม้แต่การจับมือกับพรรคแมลงสาบและงูเห่า ถือว่าเป็นการทรยศอุดมการณ์ประชาธิปไตยและตบหน้าถ่มน้ำลายใส่ประชาชนเสื้อแดงที่เคยออกมาต่อสู้กับเผด็จการในอดีตและเสียเลือดเนื้อไปมากมาย ยิ่งกว่านั้นมันเป็นวิธีการที่โง่เขลาอย่างยิ่ง เพราะการจับมือกับพรรคที่ไม่เคารพประชาธิปไตยสองพรรคนี้จะไม่มีวันนำไปสู่สิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย จะไม่มีวันลบผลพวงเผด็จการ และจะไม่มีวันทำให้สังคมไทยเดินหน้าไปสู่ยุคใหม่ที่พรรคอนาคตใหม่ชอบพูดถึง

มันเป็นแนวการเมืองไร้เดียงสาที่มองว่า “การเมือง” เป็นแค่การเล่นเกมในรัฐสภาภายใต้กติกาของเผด็จการ โดยที่พลเมืองไทยเป็นล้านๆ ที่ต้องการประฃาธิปไตยเป็นแค่ “ผู้ชม” ที่ไม่ควรมีบทบาทหรือการมีส่วนร่วม และมันเป็นการเล่นเกมกับนักการเมืองระยำต่ำช้าอีกด้วย นี้หรือคือ “อนาคตใหม่” ของสังคมไทย?

DemLogo

อีกตัวอย่างหนึ่งของแนวการเมืองไร้เดียงสาที่มองว่า “การเมือง” เป็นแค่การเล่นเกมในรัฐสภา คือการที่พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ทำตัวมือไม้อ่อนเป็นเหยื่อ แล้วบอกว่าจะ “ฟ้องศาล” เพื่อหวังให้ศาลขัดขวางการโกงการเลือกตั้งของกกต.

ศาลเตี้ย

hqdefault

จำไม่ได้หรือว่าพฤติกรรมศาลเตี้ยไทยเป็นอย่างไรในหลายปีที่ผ่านมา? ทุกคดีสำคัญๆ ที่ศาลพิจารณาเข้าข้างพวกเผด็จการทั้งสิ้น ทำไมความจำสั้นจัง?

การพึ่งศาลแปลว่าคดีเรื่องการเลือกตั้งจะลากยาวเป็นเดือนๆ ปีๆ ในขณะที่บ้านเมืองยังอยู่ภายใต้อำนาจมืดของเผด็จการ ในทางปฏิบัติมันเท่ากับเป็นการยอมรับการโกงการเลือกตั้ง และในที่สุดเมื่อประกาศผลของคดีก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

CiHZjUdJ5HPNXJ92GRkJPGM3rHldarQkMI

พลังมวลชนนอกรัฐสภาเป็นเรื่องชี้ขาด แต่อนาคตใหม่กับเพื่อไทยไม่กล้าเดินเข้าหามวลชน

ในขณะนี้คงจะมีพลเมืองเป็นล้านๆ คนที่โกรธไม่พอใจกับ กกต. และการโกงการเลือกตั้งของฝ่ายเผด็จการ แกนนำของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยควรจะใช้อิทธิพลและความชอบธรรมที่มาจากการได้เสียงประชาชนในเขตต่างๆ เพื่อดึงคนทั่วประเทศมาชุมนุมใหญ่อย่างสันติที่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ซึ่งจะเป็นการสำแดงพลังของประชาชนที่รักประชาธิปไตยอย่างชัดเจน [ดู https://bit.ly/2Jsu6dN ]

COVER-คนอยากเลือกตั้ง

การเน้นพลังมวลชนแบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างกระแสประชาธิปไตยในประเทศของเรา และปูทางไปสู่การสร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เพราะไม่มีประชาธิปไตยที่ไหนในโลกที่ไม่ได้สร้างจากการเคลื่อนไหวของมวลชน ไม่มีประชาธิปไตยที่ไหนที่สร้างจากการฝากความหวังไว้กับศาลที่เป็นเครื่องมือของเผด็จการ ไม่มีประชาธิปไตยที่ไหนที่สร้างจากการเล่นเกมกับนักการเมืองน้ำเน่า

ถ้าแกนนำพรรคฝ่ายประชาธิปไตยไม่ยอมพิจารณาการเคลื่อนไหวแบบนี้ ก็เท่ากับยอมแพ้ และผิดสัญญากับประชาชนว่าจะต่อต้านเผด็จการอย่างถึงที่สุด ถ้าเป็นเช่นนี้ประชาชนธรรมดาจะต้องเกาะกลุ่มกันและค่อยๆ สร้างขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเอง แต่ถ้าเราจะชนะ มันต้องขยายไปมากกว่าแค่คนสองคนยืนถือป้าย มันต้องมีการจัดตั้งมวลชน เรามีความชอบธรรมอย่างยิ่งที่จะทำในสิ่งนี้ เราไม่ควรยอมแพ้